ได้”
“คุณชายว่ามาเถิด”
“เช่นนั้นก็ต้องรบกวนเจ้าช่วยไปจุดธูปสามดอกแทนข้าแล้ว” ซ่งโหยวหยุดคิดเล็กน้อย “จงบอกว่าข้าเคยได้เห็นความมีสง่าราศีและอุปนิสัยขององค์เทพเย่ว์หวังมาตั้งแต่ครั้นยังอยู่ที่อี้โจว และเคารพชื่นชมอยู่ในใจเสมอ บัดนี้มีเรื่องสำคัญจะขอปรึกษา แต่ข้าไม่จากที่นี่ไปได้ ยามสามคืนวันครีษมายัน ข้าจะคอยเขาอยู่ในความฝัน ขอเชิญเขามาพูดคุยกับข้าหรือจะถือเป็นการรื้อฟื้นความหลังก็ได้”
ซ่งโหยวเน้นย้ำคำว่ารื้อฟื้นความหลัง เพราะเกรงว่าเทพองค์นี้มีอุปนิสัยรักความอิสระ อาจจะไม่เต็มใจมาพบ
นกนางแอ่นนั้นฉลาดและรู้จักกาลเทศะ อีกทั้งยังมีบรรพบุรุษเป็นเทพอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องสั่งสอนเรื่องมารยาท
“ขอรับ…”
“ต้องขอรบกวนเจ้าให้พักการฝึกอาคมธาตุไม้ไปก่อน” ซ่งโหยวกล่าว “เพราะแม่นางสามสีไม่มีปีก จึงมีเพียงเจ้าเท่านั้นที่ช่วยข้าได้”
“เยี่ยนอันจะนำสารไปแจ้งท่านเทพขอรับ”
กล่าวจบ นกนางแอ่นก็หันหลังไปกางปีกออก ปล่อยให้ตนเองร่อนลงมาจากแท่นสูง
ล่องลอยลงไปอย่างแผ่วเบาและสง่างามนัก
แมวสามสีเดินเข้ามาคลอเคลียข้างกายซ่งโหยว ก่อนจะแหงนหน้าจ้องมองเขา เมื่อเขาก้มลงมาสบตา นางก็เอ่ยถามขึ้น
“พวกเขาเป็นเทพอะไรหรือ”
“ข้าก็ไม่แน่ใจ”
“เจ้าดูเก่งกาจกว่าพวกเขาเสียอีก”
“เป็นเช่นนั้นหรือ” ซ่งโหยวลูบศีรษะนาง “ตอนนี้แม่นางสามสียังอยากเป็นเทพแมวอยู่อีกหรือไม่”
“แม่นางสามสีไม่อยากเป็นตั้งนานแล้ว”
“แม่นางสามสีจงบำเพ็ญจนให้ดี เ