่ายคาถาชำระล้างความฝัน ไม่เปิดโอกาสให้เทพเหล่านั้นเข้ามาแทรกแซง
“…”
เมื่อได้สติ ขุนนางผีทั้งสามก็ได้จากไปแล้ว มีเพียงนกนางแอ่นที่ยังคงรออยู่ข้างๆ
ซ่งโหยวจึงยิ้มและกวักมือเรียกให้เขากระโดดเข้ามาหา
“เจ้าจงฟังให้ดี…”
นกนางแอ่นก็ฉลาดและเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากที่เขาได้เรียนรู้แล้ว ทั้งแมวและนกก็มักจะพาม้าสีน้ำตาลแดงออกไปแต่เช้าตรู่และกลับมาในยามค่ำ แม่นางสามสีจะนำของกลับมาฝากซ่งโหยวทุกวัน บางครั้งเป็นปลาหรือปลาไหลโคลน บางครั้งก็เป็นกระต่ายที่จับมาจากที่ไหนสักแห่ง บางครั้งก็จับแมลงมาให้เขาดู ส่วนใหญ่เป็นผีเสื้อหรือแมลงปอ โดยบอกว่าจะเก็บไว้ที่นี่ เมื่อเขาเบื่อก็จะให้มันเล่นเป็นเพื่อนแทนแม่นางสามสี
นักพรตก็ยังคงสร้างโลกต่อไป
เหล่าภูตน้อยและนักพรตต่างยุ่งอยู่กับงานของตน
ส่วนปีศาจจิ้งจอกก็เอาแต่บรรเลงพิณทั้งวันทั้งคืน
ฤดูใบไม้ผลิของรัชศกหมิงเต๋อปีที่แปด เกิดแผ่นดินไหวในเขตซือจวิ้น แคว้นเฟิงโจว ทำให้น้ำในแม่น้ำอิ่นเจียงถูกตัดขาดและไหลกลับสู่ทางน้ำเดิม ครึ่งวันต่อมา แผ่นดินไหวสงบลง แม่น้ำก็ไหลกลับมาดังเดิม
บ้างก็ว่ามีคนเห็นทวยเทพกับจอมมารต่อสู้กันจนฟ้าดินเปลี่ยนสี
จริงเท็จเป็นเช่นไรล้วนไม่มีผู้ใดทราบ
ผู้คนเพียงบันทึกสิ่งที่ได้รับรู้มาลงในพงศาวดารเมือง
ฤดูร้อนของรัชศกหมิงเต๋อปีที่แปด มีเทพเจ้ามาเยือนเขาเยี่ยซาน
บัดนั้นซ่งโหวยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นสูง แสงเรืองรองนับไม่ถ้วนราวกับหิ่งห