้อยดวงดาวเต็มท้องฟ้า บินวนประสานกัน แม่นางสามสีที่ยุ่งอยู่ทั้งวันก็ปีนบันไดลอยฟ้าขึ้นมาไล่ล่าแสงเรืองรองที่บินว่อนไปทั่ว ตะปบบ้างกระโดดใส่บ้าง สนุกสนานยิ่งนัก
ทันใดนั้นก็มียมทูตเข้ามาแจ้งข่าว
“ท่านเซียน นอกภูเขามีเทพเจ้าสามองค์พร้อมด้วยขุนพลเทพสองอีกสององค์มาเยี่ยม บอกว่าต้องการมาคารวะท่านเซียน”
เสียงหนึ่งดังลงมาจากแท่นสูง “เชิญพวกเขาเข้ามาเถิด”
“ขอรับ…”
ประตูเมืองผีเปิดออก แสงอาทิตย์เจิดจ้าสาดส่องเข้ามา
เทพเจ้าห้าองค์เดินเข้ามาจากด้านนอก
ทันทีที่เดินเข้ามาก็เห็นพลังวิญญาณส่องประกายเต็มท้องฟ้า พวกเขาตกตะลึงกับพลังวิญญาณและกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ของที่นี่ ก่อนจะเหลือบไปเห็นแท่นหินสูงตรงกลางและนักพรตหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านบนสุด
เทพเจ้าทั้งสามสบตากัน ก่อนจะประสานมือคารวะจากระยะไกล แล้วจึงค่อยๆ เดินเข้ามา ก้าวขึ้นไปบนบันไดลอยฟ้า
แมวที่อยู่บนบันไดลอยฟ้าเอียงคอจ้องมองพวกเขาอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าพวกเขาเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ก็หันหลังวิ่งขึ้นไปนั่งข้างนักพรต รอคอยพวกเขาไปพร้อมกับนักพรต
ผู้นำเป็นชายชราผู้หนึ่ง สวมชุดสีขาว มีรัศมีเทพเปล่งประกาย ผมขาวดุจหิมะแต่ใบหน้าดูเยาว์วัยไม่สมกับอายุสักเท่าไร ดูท่าทางใจดี ส่วนด้านหลังเป็นเทพเจ้าอายุน้อย แต่งกายงดงามดั่งองค์เทพ และด้านหลังสุดคือขุนพลเทพรูปร่างองอาจน่าเกรงขามในชุดเกราะสีทอง
เทพเจ้าทั้งสามค่อยๆ ขึ้นมา รัศมีเทพส่องบันไดหินที่ลอยอยู่ให้สว่างขึ้น