่ทอดตัวขึ้นไปคล้ายบันไดสวรรค์ ก่อนจะเริ่มเดินขึ้นบันไดนั้นไป
ทั้งยังไม่ลืมที่จะเรียกเจ้าม้ามาด้วย พร้อมบอกให้มันระมัดระวัง
จึงได้เห็นเจ้าแมวสามสีเดินขึ้นบันไดอย่างระแวดระวัง คอยหยุดพักเป็นระยะๆ พร้อมกับชะโงกศีรษะมองดูทิวทัศน์ที่อยู่ไกลออกไป หรือไม่ก็หันกลับไปจ้องมองแสงสว่างที่ลอยอยู่ในอากาศใกล้ๆ คอยยื่นอุ้งเท้าออกไปตะปบ จากนั้นก็ประเมินระยะห่างระหว่างตนเองกับแสงนั้นว่าจะกระโดดไปตะปบถึงหรือไม่ แต่เมื่อก้มลงมอง ก็ถูกความสูงทำให้ต้องยั้งใจไว้
แม้ระยะทางจะสั้น แต่กลับใช้เวลาเดินเนิ่นนาน
กระทั่งมาถึงเบื้องหน้าของนักพรต ก็เห็นว่าเจ้านกนางแอ่นรอนางมาสักพักแล้ว บัดนี้กำลังก้มลงใช้จะงอยปากแต่งขนตนเองอย่างเกียจคร้าน
“นักพรต พวกเรากลับมาแล้ว!”
“พวกเจ้าเดินทางไปกลับครานี้เป็นระยะทางเกือบพันลี้ นับว่ากลับมาเร็วยิ่งนัก” ซ่งโหยวเหลือบมองเจ้าแมวสามสี ครั้นเห็นแก้มซ้ายของนางบวมเป่งไม่สมดุลกับอีกข้าง แต่นางกลับดูเหมือนไม่รู้สึกตัวเลย เขาจึงหรี่ตาลง “ใบหน้าของแม่นางสามสีเป็นอะไรไป เหตุใดจึงบวมปานนั้น”
“เจ้าม้าวิ่งเร็วจะตายไป” เจ้าแมวสามสีกล่าวด้วยน้ำเสียงและท่าทางตามปกติ เพียงแต่ใบหน้าครึ่งซีกของนางนั้นบวมเป่งผิดปกติเอามาก “เจ้าต่างหากที่ชอบเดินเอื่อยเฉื่อยไปเรื่อย”
“อืม เป็นความผิดข้าเอง” ซ่งโหยวพยักหน้าแล้วถามต่อ “แล้วทำไมหน้าเจ้าถึงเป็นเช่นนั้นเล่า”
เจ้าแมวหันกลับไปมองบันไดหินที่ลอยอยู่กลางอากาศ
เ