จนดับสูญ
น้ำหลากถดถอย ฟ้าดินหวนคืนสู่สภาพเดิม
แต่ผีวิญญาณทั้งหลาย แม้จะเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง ก็พอรู้ว่าฝ่ายที่คุ้มครองพวกเขาเป็นผู้ชนะ ชนะทั้งจอมมารและทวยเทพ ทว่าในใจก็ยังคงรู้สึกหวาดหวั่น จึงยังไม่กล้าเข้าใกล้
กระทั่งเซียนผู้นั้นได้ออกคำสั่ง ผีวิญญาณทั้งหลายพากันเดินกลับมาทั้งที่ยังหวาดกลัว เมื่อเดินมาถึงที่เดิม ก็พบว่าผืนดินถูกเปลี่ยนโฉมจนไม่เหลือเค้าเดิม มีเพียงเขาเยี่ยซานที่ควรพังทลายไปแล้วที่ยังเหมือนเดิม
เมื่อกลับเข้ามาในเยี่ยซานพวกเขาก็ได้พบกับความแปลกใหม่
ไม่มีแสงไฟวิญญาณ ไม่มีบ้านเรือน มีเพียงแสงสลัวท่ามกลางความว่างเปล่า และนักพรตที่นั่งนิ่งอยู่บนแท่นสูง ลำแสงนับไม่ถ้วนแล่นผ่านร่างเขาไปมา คอยส่องใบหน้าและโฉมเงาของเขาเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นจอมมารหรือทวยเทพล้วนทำอันตรายเข้าไม่ได้ทั้งนั้น แสงเทวะสาดไปทั่วกายา เขากลายเป็นดั่งเทพผู้คุ้มครองในสายตาเหล่าวิญญาณ
เสียงพิณอ่อนโยนประดุจทำนองสวรรค์
กล่อมให้ความหวาดผวาในใจพวกเขาคลายลง
“ท่านเซียน…”
ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้คุกเข่าลงก่อน เพียงครู่เดียวเสียงร้องขอคารวะก็ดังก้องไปทั้งหุบเขา
ซ่งโหยวหลบไม่พ้นครานี้ แต่ก็ลืมตาขึ้นกล่าว
“อย่าเลย ลุกขึ้นเถิด”
“ขอบคุณท่านเซียน…พวกข้า…”
วิญญาณทั้งหลายร้องเสียงแหบพร่า น้ำเสียงสั่นสะท้าน
น่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกมาจากนรกเพลิง
มีเพียงผู้เคยได้ประสบกับความมืดมิดสุดก้นบึ้งเท่านั้นที่รับรู้ถึงความน่ากลัวของมัน รู