แอ่นบนโขดหินหลับไปแล้ว
ปีศาจจิ้งจอกกับสาวใช้ที่ปกติพูดไม่หยุดก็เงียบกันทั้งคู่ พวกนางนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกองไฟ ไม่แตะต้องแม้แต่พิณ เพียงมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาอันเฉื่อยชา ฟังคำถามอันไร้เดียงสาของแม่นางสามสีและคำตอบอันอดทนอดกลั้นของนักพรต บางครั้งแววตาเขาก็พร่าเลือนไปชั่วขณะ ราวกับใจลอยไปคิดเรื่องอื่น
ราตรีค่อยๆ คืบคลานเข้ามา
“แม่นางสามสีนอนเถิด” ริมฝีปากของซ่งโหยวแห้งผาก “พักให้เต็มที่สักคืนดีกว่า”
“เจ้าสู้กับปีศาจมาคงเหนื่อยมากเลยสินะ”
“ก็เหนื่อยอยู่บ้าง” ซ่งโหยวพยักหน้า แล้วมองไปยังแม่นางสามสี ดวงตาของนางใสดุจแก้ว สุกสกาวดั่งอำพันสะท้อนแสงไฟ เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวขึ้น “แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ วันนี้แม่นางสามสีและเยี่ยนได้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ คงเหนื่อยไม่แพ้ข้าหรอก คืนนี้พักให้เต็มที่เถิด พรุ่งนี้ยังต้องฝากให้แม่นางสามสีกับเยี่ยนอันไปเชิญดวงวิญญาณที่กระจัดกระจายอยู่ตามแถบนี้กลับมาให้ข้าอีก”
“…”
แม่นางสามสีจ้องเขา เดิมทีตั้งใจจะบอกว่านางไม่เหนื่อย แต่พอได้ฟังประโยคหลัง ก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที
“ได้เลย!”
ว่าแล้วก็ล้มตัวลงตรงนั้นทันที
ราวกับว่าคิดจะนอนก็นอนได้เลย
ซ่งโหยวผ่อนลมหายใจลง มองนางเพียงปราดเดียวก็หลับตาตามลงไป
อีกฟากหนึ่งปีศาจจิ้งจอกกับสาวใช้ยังคงมองพวกเขาอยู่ สีหน้าเรียบสงบ ไม่รู้ว่าภายในใจคิดอะไรกันแน่
ยามสามยามสี่ มีองค์เทพมาเยี่ยมเยียนถึงในฝัน
โลกในฝันนั้นว่างเปล