ิงสาวยังคงสวมอาภรณ์สีขาวล้วน อาศัยแสงดาวอันริบหรี่อาบร่าง ไม่มีสีอื่นเจือปนแม้แต่น้อยเบื้องหลังนางมีสาวใช้คอยถือพิณให้ ทั้งสองแม่นางต่างดูอ่อนแรงและเหน็ดเหนื่อยนัก ถึงได้ก้าวเดินมาอย่างเชื่องช้า
ซ่งโหยวนั่งนิ่งไม่ไหวติง
หญิงสาวเดินมาหยุดตรงหน้าของเขา ห่างกันเพียงครึ่งจั้ง แล้วนางก็นั่งขัดสมาธิเช่นเดียวกับเขา
สาวใช้นั่งอยู่ด้านหลังนางก็ว่าง่าย ไม่เอื้อนเอ่ยวาจาใด
หญิงสาวยื่นมือไปทางซ่งโหยว ก่อนจะแบมือออก มือขาวเรียว ปลายนิ้วอ่อนช้อย
เห็นยาลูกกลอนสองเม็ดลอยขึ้นมาจากกลางฝ่ามือ
“นี่คือโอสถหยินหยางที่ราชครูกลั่นขึ้น เม็ดหนึ่งยืดอายุขัยได้พันปี ส่วนอีกเม็ดเป็นเพียงกากยา แม้ฤทธิ์ไม่มาก แต่คนธรรมดากินแล้วก็ยืดอายุได้เช่นกัน หากเป็นศพ ตราบใดที่ศีรษะยังไม่ขาดจากคอ ก็ล้วนชุบชีวิตได้ทั้งนั้น หว่านเจียงเก็บมันไว้แล้วนำมาปั้นเป็นเม็ดยา หมายจะมอบให้ท่านนักพรต”
เม็ดยาลอยเอื่อยมาทางซ่งโหยว
ปีศาจจิ้งจอกจึงค่อยลดมือลง
เม็ดหนึ่งมีทองวาวระยับ ลอยคล้อยไปตามลม แผ่รัศมีเรืองรอง เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต ส่วนอีกเม็ดนั้นมีสีดำมืดสนิท แม้เทียบไม่ได้กับเม็ดแรก แต่ก็ยังอัดแน่นไปด้วยพลังชีวิต
น่าอัศจรรย์นัก แม้วิธีการหลอมยานี้จะโหดเหี้ยมทารุณ ไม่รู้ว่ามีวิญญาณสักกี่ดวงต้องสลายไป ทว่ายาเม็ดนี้กลับดูสะอาดบริสุทธิ์ ไร้มลทิน ดูศักดิ์สิทธิ์เสียยิ่งกว่าเดิม
“ดูท่าที่คนลือกันว่าเผ่าจิ้งจอกเสื่อมทรามลงทุกปี… คงไม่ใช่แค