น้าที่รับผิดชอบเรื่องราวของมนุษย์ และไม่มีข้อผูกมัดต้องบอกซ่งโหยว การต่อสู้ของเหล่าปีศาจบนภูเขาใหญ่ มนุษย์เองก็ทำได้แค่ยืนมอง ยิ่งหลายปีมานี้ แม้ไม่พูดตรงๆ แต่บางครั้งก็เผลอให้คำใบ้ผ่านน้ำเสียงหรือถ้อยคำ บางครั้งก็หลบเลี่ยงไม่ตอบ เท่านี้ก็ถือว่าเมตตามากแล้ว หากจะว่าใครผิดก็คงเป็นราชครูในยามที่ ‘ถ้าหาก’ ถูกซ่งโหยวแย่งโอสถทิพย์ไป
แต่ถึงกระนั้นนักพรตก็คือมนุษย์
คราวนี้ซ่งโหยวเงยหน้าขึ้นสบตานางทั้งสอง “แม่นางมาที่นี่เพราะต้องการสิ่งใดหรือ”
“…”
หญิงสาวเฝ้าจับสังเกตสีหน้าของเขาตลอด พอเห็นดังนั้นก็ได้แต่แย้มยิ้มอย่างจนใจ แล้วเอ่ยเสียงอ่อนล้า
“ที่จริงหว่านเจียงตั้งใจจะมาขอของสองอย่าง…แต่ดูท่าของอย่างแรกซึ่งเป็นสิ่งที่หว่านเจียงอยากได้ที่สุดคงไม่อาจขอได้ในตอนนี้ เช่นนั้นจึงขออย่างที่สองก่อน”
“แม่นางต้องการสิ่งนี้หรือ”
ซ่งโหยวก้มลงมองโอสถทิพย์ในมือ
“เจ้าต้องการจริงหรือ”
“ใช่แล้ว”
ปีศาจจิ้งจอกตอบด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นและจริงใจ