ับร่างเขากลายเป็นหนึ่งเดียวกับสายลม เลื่อนไถลไปพร้อมแรงพัดจากฝ่ามือยักษ์นั้น เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเขาก็ผละออกไปไกลหลายสิบจั้ง หลบฝ่ามือนั้นไปอย่างเฉียดฉิว
ซ่งโหยวยืนอยู่เหนือฟากฟ้า ประสานมือบริกรรมคาถาอีกครั้งแล้วชี้นิ้วขึ้นสู่สรวงสวรรค์ พลันมีแสงวิ่งวูบวาบเป็นสาย ราวกับดวงดาราโคจรย้อนทิศ พุ่งทะลุขึ้นไปยังเวิ้งนภาที่มืดสนิทไปด้วยควันดำ
เพียงชั่วพริบตาเดียว
สายฟ้าสีม่วงแดงหลากหลายสายก็ฟาดผ่าลงมาดั่งบ่วงทัณฑ์สวรรค์ หมายจะทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง
จระเข้ยักษ์เบื้องล่างกัดฟันคำรามต่ำราวกับว่าเป็นมังกรพยศ มันผงาดร่างตั้งตรง กระโจนใส่ฟากฟ้า อ้าปากกว้างออกหมายจะกลืนกินนักพรตที่ลอยอยู่กลางอากาศ ทว่ากลับเป็นจังหวะที่อัสนีสวรรค์ผ่าลงมาพอดี
เกิดเป็นแสงอัสนีสว่างจ้าบาดตา เศษประกายไฟพุ่งกระจายออกเป็นประกายระยิบระยับ
ดุจดั่งดอกไม้ไฟหลากสีและหิ่งห้อยนับพันโบยบิน
มองไม่ชัดว่าฟ้าผ่าลงมาใส่จระเข้ยักษ์พอดี หรือว่าเป็นจระเข้ยักษ์ที่กลืนกินสายฟ้าไปกันแน่ สุดท้ายสายฟ้าก็สลายไป ร่องรอยนั้นพลันเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ร่างจระเข้ยักษ์ตกลงมากระแทกกลางหุบผา สะเทือนเลื่อนลั่นดั่งภูเขาถล่ม หลังจากนั้นร่างมหึมาก็หายลับไปในม่านควันดำ มีเพียงบางจังหวะที่ส่วนศีรษะครึ่งบนยังพยายามโผล่พ้นขึ้นมา
ซ่งโหยวลอยอยู่เหนือท้องฟ้า ราวกับมีสายลมและฟ้าดินคอยค้ำชูให้เขายืนอยู่สูงดั่งเทพในวิมานสวรรค์
เขามองไปยังที่ห่างไกล แล้วโบกมืออีก