ครืน โครม!
เสียงหนึ่งดังสนั่นขึ้นจากบนยอดเขาไกลออกไป กรวดหินนับไม่ถ้วนกลิ้งมาจากทุกทิศทาง
แต่เมื่อมองให้ดี จะเห็นว่ากรวดหินที่ว่าหลายก้อนนั้นมีขนาดใหญ่โตกว่าคนเสียอีก และท่ามกลางกลุ่มฝุ่นผงจากกองหินมหาศาลนั้น ก็มีหินยักษ์ก้อนหนึ่งพุ่งตรงมาอย่างรวดเร็ว
หินนั้นใหญ่เพียงใด ยากจะประมาณ
แต่ด้วยความเร็วอันมหาศาล ก็แทบไม่มีผู้ใดได้มองเห็นรูปลักษณ์ชัดเจน เพียงรู้ว่ายามที่มันลอยขึ้นบดบังท้องนภาได้ดุจดั่งหมู่เมฆ เงาใหญ่โตทอดยาวลงมาบนพื้นดินไป และเพราะหินนั้นมีขนาดที่ใหญ่เกินไป ระหว่างที่มันลอยขึ้นกลางอากาศ ก็เริ่มแตกกระจายออกมาเป็นเศษหินกระแทกลงสู่พื้น ทว่าเศษหินนั้นก็ยังใหญ่โตเท่าๆ กับเรือนหลังหนึ่ง ใหญ่พอจะบดขยี้สัตว์ใหญ่ให้แหลกเป็นเนื้อป่น
เพียงชั่วพริบตา หินยักษ์นั้นก็พุ่งตรงมาถึงหน้าซ่งโหยวแล้ว
แม้จะเล็กลงไปบ้างจากแรงกระแทกและการแตกตัว แต่ขนาดที่เหลืออยู่ก็ยังใหญ่โตจนน่าหวาดหวั่น เกรงว่าคงใหญ่กว่าท้องพระโรงในวังหลวงหลายเท่านั้น
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด บนเนินเขาเยี่ยซานถึงมีฝ่ามือยักษ์ยื่นออกมา คล้ายก่อตัวขึ้นจากภูผา นิ้วมือทั้งห้าแผ่กว้างคอยรองรับหินก้อนมหึมานั้นได้อย่างมั่นคง
ครืน!
เกิดเสียงดั่งสนั่นไปทั่วทั้งหุบเขา
แต่ฝ่ามือยักษ์นั้นกลับไม่สั่นไหวเลยแม้สักนิด
หินยักษ์เองก็ไม่อาจแตะต้องซ่งโหยวได้เลยแม้แต่น้อย มีเพียงแรงลมที่หอบเอาเม็ดทรายและฝุ่นพัดกรูกระทบชายแขนเสื้อและปลายผมของเขาเท่านั้