เหนือฟ้าปั่นป่วนผืนดินกัมปนาทดุจคราวภูผาถล่มแผ่นดินแยกออก ทั้งใต้หล้ากำลังวินาศ เสียงดัง สนั่นลั่นก้องปะปนกับเสียงลมกรรโชก กระแสพลังที่แผ่กระจายไปทั่วท้องฟ้าและแผ่นดินนั้นรุนแรงราวกับจะฉีกกระชากโสตประสาทและวิญญาณให้แหลกสลาย ดินหินถล่มลงมามั่วสุม ฝุ่นทรายและควันดำพัดฟุ้งจนบริเวณนั้นกลายเป็นรัตติกาลมืดมิด ทว่ากลับมีแสงสีหนึ่งสายพุ่งฝ่าความโกลาหลขึ้นมา พลันได้ยินเสียงของปีศาจจิ้งจอกแว่วมา
“ให้พวกข้าจัดการจระเข้ชรานั่นเถิด”
ซ่งโหยวเพียงหลับตา ประสานมือบริกรรมคาถา ไม่ใส่ใจต่อถ้อยคำใดๆ
สายลมรอบกายพัดกรรโชกรุนแรง เสื้อคลุมและเส้นผมล้วนปลิวไปตามทิศทางลมอันอัดแน่นไปด้วยพลังปราณ พลันมีอักขระผุดกลางอากาศอย่างเลือนราง และยังมีแสงพลังวิญญาณไหลเวียนไปมาดุจสายรุ้งพาดผ่าน
ปีศาจแรดขาวขนาดเท่าภูผาพุ่งตัวเข้ามาแล้ว
นักพรตลืมตาขึ้น ก่อนจะใช้เพียงมือข้างเดียวแตะผืนดิน
พรึ่บ!
ลมพายุตีกระแทกพื้น ก่อนจะส่งร่างเขาทะยานขึ้นฟ้า
โครม!
เขาของกระทิงยักษ์ปักทะลุเข้าไปในภูผา จากนั้นมันจึงเงยศีรษะขึ้นกระแทกอีกรอบ ประหนึ่งจะพังทลายยอดเขาให้ได้ในชั่วพริบตา
พละกำลังของจอมมารนั้นช่างไร้ขอบเขตจริงๆ
ในขณะเดียวกัน แรดขาวอีกตนก็แปลงร่างเป็นยักษ์ใหญ่ กางมือซ้ายอันมโหฬารหวดฟาดมาราวกับจะคว้าตัวเขาไว้ ส่วนอีกมือกำลังกำหมัดเตรียมทุบซ้ำตามมา
เพียงฝ่ามือเดียวก็อาจจะบดขยี้ทั้งวังหลวงได้แล้ว
ฉัวะ!
กระแสลมโอบกระชากร่างนักพรตไป ราวก