่วท้องนภา รอบๆ มีอักขระลอยวน บริเวณที่มือของร่างนั้นสัมผัสกับกำปั้นและเขา พลันมีประกายแสงชวนแสบตาลุกขึ้นมา
จระเข้ยักษ์กระโจนขึ้นเหนือน้ำและม่านหมอกดำในทันใด ราวกับคราวที่มันกำลังล่าเหยื่อเมื่อครั้นโบราณกาล ทำให้ละอองน้ำฟุ้งกระเซ็นไปทั่ว
ร่างนั้นยื่นมือออกมาสองข้าง คว้าปากบนและล่างของจระเข้ยักษ์ไว้ ไม่ให้มันขยับเขยื้อนตามใจชอบ
“เทวาจำแลงกายรึ”
มีเสียงดังมาจากที่ไกล
พลันเห็นร่างนั้นค่อยๆ ลอยขึ้น
“ไม่ใช่หรือ”
จอมมารทั้งหลายต่างสับสนงุนงงจำความไม่ได้
ซ่งโหยวมิได้ตอบ เขาเห็นวิญญาณในภูเขาเยี่ยซานค่อยๆ วิ่งหนีไกลออกไปแล้วจึงหันกลับมาจ้องเหล่าจอมมาร
แสงวูบวาบนับไม่ถ้วนพุ่งออกจากร่างเขา หากเปรียบได้กับดวงจันทร์ที่จิ้งจอกแปดหางพ่นออกมาแสงเหล่านี้เปรียบเสมือนดวงดาว พุ่งไปทุกทิศทาง ส่องสว่างไม่แพ้แสงจันทร์เลย
บางสายพุ่งตรงขึ้นฟ้ากลายเป็นแสงอัสนี
แสงอัสนีนั้นเปี่ยมด้วยพลังทิพย์และพลังสวรรค์ น่าตะลึงจนชวนให้รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง หากผ่าลงกลางภูเขาเยี่ยซาน คงมีวิญญาณมากมายที่ต้องสลายไป
บางสายกระจายในอากาศ กลายเป็นนรกเพลิงลุกลาม
เปลวเพลิงร้อนแรงเกินจินตนาการ พลังสวรรค์อันแรงกล้าเผาผลาญสิ่งมีชีวิต เผาผลาญวิญญาณเทพ และพลังเงามืด หากสรรพสิ่งต่างๆ ทั้งมนุษย์มนาภูตผีปีศาจเข้าใกล้ก็คงถูกไฟเผาจนสิ้นชีวี
“นี่คือบ่วงทัณฑ์สวรรค์”
เพียงมองก็รู้แล้วว่าฝ่ายใดทรงพลังกว่า
……………