จิ้งจอกอย่างนางช่างไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!
นางมียอดวิชาเร้นลับ ถึงขั้นที่คงมีเทพเซียนบนวิมานสวรรค์เพียงไม่กี่องค์ที่มองทะลุได้ ต้องตั้งใจเพ่งพินิจจึงจะเห็นความผิดแปลก แม้ซ่งโหยวผู้มีวิชาวัฏจักรสี่ฤดู ใช้พลังวิญญาณแห่งชิงหมิงเผยร่างแท้ขอองสรรพสิ่งได้ ก็ยังไม่อาจมองเห็นธาตุแท้ของนาง หากไม่ใช่เพราะว่าวันนั้นบังเอิญเป็นวันชิงหมิงพอดี คงไม่มีทางล่วงรู้
นับๆ ดูแล้ว ก็คงมีทายาทแห่งอารามฝูหลงเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มองทะลุได้
แม้มียอดวิชาเร้นกาย แต่นางกลับยังวางชั้นเชิงอีกหลายชั้น
มีองค์หญิงคอยช่วยรับมือกับชาวบ้าน หากผู้บำเพ็ญเช่นราชครูเกิดสงสัยว่านางไม่ใช่มนุษย์ นางก็จะบอกว่าตนเป็นเซียนพิณ หากยังไม่เชื่ออีก ก็อ้างว่าตนเป็นภูตกระต่ายที่องค์หญิงช่วยเหลือไว้
ทั้งที่ซ่งโหยวมองเห็นถึงธาตุแท้ของนาง ล่วงรู้ว่านางเป็นจิ้งจอกแน่แท้ ตามหลักแล้ว นั่นควรเป็นช่วงที่นางต้องคอยระวังตัวมากที่สุด อยู่ห่างจากการถูกเปิดโปงเพียงครึ่งก้าว ทว่ากลับยังคงพำนักอยู่ในฉางจิงโยไม่รู้สึกสะทกสะท้านเลย มิหนำซ้ำยังเป็นฝ่ายมาเยี่ยมเยียนซ่งโหยวด้วยตนเอง หมายสร้างไมตรีขัดขวางไม่ให้องค์หญิงได้พบซ่งโหยวอีกต่างหาก
นางไม่ใช่ภูตกระต่ายในวันวานอีกต่อไป…
ที่เข้ามาพำนักอยู่ในฉางจิงนานถึงสิบปี คอยช่วยองค์หญิงสืบข่าวสารนั้น ก็คงไม่ใช่เพราะแค่ต้องการตอบแทนบุญคุณอย่างที่กล่าวไว้แน่
เช่นนั้นแล้ว นางมีจุดประสงค์หรือแผนการใดกันแน่…
“เขาเยี่ยซ