าน…”
แผนการของนางต้องเกี่ยวโยงกับราชครูเป็นแน่
ซ่งโหยวล่วงรู้แผนของราชครูตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ทั้งยังสงสัยว่านางต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง วันนี้ตั้งใจจะวนกลับไปที่เยี่ยซานแล้วแท้ๆ แต่กลับบังเอิญได้พบองค์หญิงเสียก่อน นั่นเปรียบเสมือนเครื่องยืนยันว่าปีศาจจิ้งจอกคอยแอบจับตามองอยู่ตลอดเวลา
ซ่งโหยวพลันเผยสีหน้าเคร่งขรึม เขาเพียงยกมือขึ้นอัญเชิญพลังวิญญาณสี่สาย สายหนึ่งเป็นสีขาวอมฟ้า อีกสองสายเป็นพลังเหมันต์ และอีกหนึ่งสายเปล่งสีทองสว่างดุจดวงอาทิตย์
ทันทีที่นกนางแอ่นรับรู้ได้ก็รีบโผบินเข้ามา
“แม่นางสามสีก็จะทุ่มเทสุดกำลังเหมือนกัน!”
“แต่พวกเรายังไม่รู้ว่าผีปีศาจเหล่านั้นทำร้ายผู้คนหรือไม่ ทำให้สลบก็พอ อย่าพลั้งมือคร่าชีวิตพวกมัน”
“เราต้องรีบเดินทางแล้ว”
ซ่งโหยวมองม้าขนแดงพลางลูบลำคอของมันเบาๆ
“ข้าจะไม่เคยนั่งบนหลังเจ้าเลย วันนี้คงต้องขอแรงเจ้าแล้ว”
ม้าขนแดงได้ฟังก็พ่นลมหายใจออกมาเป็นเชิงรับรู้
ไม่นานหลังจากนั้น
ม้าขนแดงร่างผอมกำลังพานักพรตวิ่งฝ่าพงไพรไปตามถนนหลวงยาวคดเคี้ยว มันวิ่งฉิวดุจสายลม เสื้อคลุมและเส้นผมของนักพรตก็ปลิวไหวไปตามแรงลม
เหนือศีรษะมีนกนางแอ่นกางปีกทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะหุบปีกลงพลิกตัวกลางอากาศ พ่นควันดำแฝงประกายสีทองอร่ามออกมา
นกนางแอ่นนับร้อยนับพันตัวพลันทะยานตัวออกมาจากควัน กระพือปีกพุ่งทะลุเมฆา ก่อนจะกระจายตัวออกไปรอบทิศ
กลางป่าทึบมีฝูงหมาป่ากว่าร้อยตัววิ่งพรวดพราดผ่า