โรงเตี๊ยมเก่าแก่ทรุดโทรม ฝุ่นผงจากบนฝ้าร่วงโรยลงมาไม่หยุด มีเถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยชราคอยถือผ้าเช็ดโต๊ะมาดูแลถึงที่
“ที่นี่มีเหล้าข้าวหมักขายหรือไม่”
“ท่านว่าอย่างไรนะ ข้าวต้มรึ”
เถ้าแก่เงี่ยหูฟังแล้วตอบด้วยสำเนียงท้องถิ่น ซึ่งซ่งโหยวเองก็ฟังไม่ค่อยออก
ซ่งโหยวได้ฟังแล้วก็ครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนจะถามต่อ “มีที่ดื่มแล้วเมาหรือไม่”
“จะเมาได้อย่างไรกัน กินมากแค่ไหนก็ไม่เมาหรอก ยกเว้นพวกเด็กน้อยน่ะนะ…”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว”
“จะสั่งข้าวต้มรึ”
“ข้าขอสั่งหนึ่งชาม ใส่ไข่ลวกสองฟอง ท่านพอจะทำให้ได้หรือไม่” ซ่งโหยวคิดจะให้แม่นางสามสีได้ลิ้มลองวิธีกินใหม่ๆ บ้าง
“ได้ๆ…”
“ราคาเท่าไรหรือ”
“ไข่สองฟองรึ จะใส่น้ำตาลด้วยหรือไม่”
“สองฟอง ใส่น้ำตาลด้วย”
“พักนี้น้ำตาลแพง สิบห้าเหวิน”
“หนึ่งชามก็พอ”
“กินแค่นั้นจะพอรึ”
“ที่นี่มีอาหารขึ้นชื่อหรือไม่” ซ่งโหยวถามต่อ “อาหารเลิศรสที่หากินได้แค่ที่นี่เท่านั้น”
“แน่นอนว่าต้องเป็นขนมหูแมว!”
“!”
“หูแมวหรือ”
“ฮ่าๆๆ…”
เถ้าแก่หัวเราะร่า ยามอ้าปากถึงเห็นว่าเขาแทบไม่มีฟันแล้ว “เป็นขนมทำจากแป้งน่ะ ชื่อว่าขนมหูแมว ขนาดเท่าปลายเล็บเอง…”
เขาทำท่าทีเทียบขนาดให้ดู
ซ่งโหยวพลันเผยรอยยิ้มออกมา แม่นางสามสีก็เบนสายตาหนีแล้วกลับไปเลียอุ้งเท้าดังเดิม
“ราคาเท่าไรหรือ”
“ต้มซีอิ๊วคิดสิบสองเหวิน ถ้าแบบผัด ข้าคิดยี่สิบเหวิน ได้ชามใหญ่เชียวนะ”
“ข้าขอแบบผัดหนึ่งชาม”
“ได้เลย…”
เถ้าแก่ว่าจบก็เดินหายเข