้าไปด้านหลังร้าน
ไม่นานนัก เขาก็ยกข้าวต้มใส่ไข่ลวกออกมาก่อน
เถ้าแก่ดูเป็นคนซื่อตรง หรืออาจเพราะเห็นอีกฝ่ายเป็นนักพรตจึงดูแลดีเป็นพิเศษ แม้ซ่งโหยวจะสั่งไข่แค่สองฟอง แต่กลับยกข้าวต้มมาให้เต็มชาม
ฟุ่บ!
แม่นางสามสีกระโดดขึ้นโต๊ะมาจ้องเขาเขม็ง
ซ่งโหยวตักน้ำแกงขึ้นมาหนึ่งช้อน เป่าลมเล็กน้อยแล้วลองชิมดู
ซู้ด…
แม่นางสามสีไม่กะพริบตาเลยแม้แต่น้อย
ราวกับกำลังใช้สายตาสื่อสาร
ซ่งโหยวมองออกทันทีว่าแม่นางสามสีต้องการถามสิ่งใด
“อร่อยดี” เขาตอบ
ซ่งโหยวหยิบขวดใบเล็กออกมาจากถุงใส่ผ้า ข้างในเป็นน้ำตาลสีขาวนวล เนื้อเนียนละเอียดเขายังไม่รีบเติมลงไป แต่กลับหยิบชามใบเล็กของแม่นางสามสีออกมาแทน
เขาตักไข่ลวกหนึ่งฟองใส่ลงไปในชาม ก่อนจะตักข้าวต้มและน้ำแกงให้เต็มชาม
“เหล้าข้าวหมักที่ต้มแล้วจะมีพิษอ่อนลง แม่นางสามสีดื่มชามใหญ่ได้”
“?”
เจ้าแมวก้มลงมองชามของตน ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองเขาพลางเอียงคอช้าๆ
‘ชามเล็กเท่านี้ ใส่ไข่ลงไปก็ครึ่งชามแล้ว จะเรียกว่าชามใหญ่ได้อย่างไร นี่มันครึ่งชามชัดๆ’
“แม่นางสามสีกินหมดแล้ว ข้าจะเติมให้อีก”
ซ่งโหยวกล่าวด้วยน้ำเสียงจนใจ แล้วจึงตักน้ำตาลหนึ่งช้อนใส่ลงในชามของเจ้าแมว
แมวน้อยก็คอยจับจ้องทุกการกระทำของเขา ทุกครั้งที่เขาตักน้ำตาล นางก็จะผงกศีรษะขึ้นมา
“เท่านี้ก็หวานแล้ว”
“เหมียว!”
“เด็กอย่างเจ้ากินหวานไปก็ไม่ดี อีกอย่างพวกเราก็พกน้ำตาลมาไม่มากนัก กว่าจะไปถึงหยางตู ระหว่างทางคงซื้อได้