บากเจ้าหน่อย เจ้าช่วยบินซ่อนตัวอยู่เหนือเมฆ คอยตรวจดูให้ทีว่าตลอดทางมีภูตผีปีศาจหรือมนุษย์คอยซุ่มอยู่หรือไม่” ซ่งโหยวเอ่ยพลางยกมือขึ้นมา เผยให้เห็นพลังวิญญาณสองสาย สายหนึ่งเป็นสีครามโปร่งแสง ส่วนอีกสายหนึ่งขาวนวลดุจหิมะ
“จะให้ข้าไปจับตาดูจอมมารตนนั้นหรือ”
“อันตรายเกินไป อีกทั้งยังไม่จำเป็นด้วย”
“รับทราบขอรับ”
พลังวิญญาณทั้งสองสายซึมเข้าสู่ร่างนกนางแอ่น
“ก่อนหน้านี้ตอนเราออกจากจือจวิ้น มีคนผู้หนึ่งท่าทางน่าสงสัย หลังจากท่านขึ้นเรือล่องไปทางใต้ ข้าก็บินย้อนขึ้นไปตามแม่น้ำ จึงพบว่านายเรือผู้นั้นกลับไปที่ท่าเรือจือจวิ้น เขาขึ้นฝั่งไปโดยทิ้งเรือไว้ แล้วเดินย้อนกลับไปทางตัวเมืองขอรับ”
“เจ้านี่ช่างเฉลียวฉลาดจริงๆ” ซ่งโหยวคลี่ยิ้ม แม้ตนจะสังหรณ์ใจเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่ก็ยังกล่าวชม “ช่วยข้าได้มากยิ่งนัก”
“มิกล้า…”
แม้น้ำเสียงจะแผ่วเบา แต่ดูท่าคงปลื้มใจไม่น้อยเลย
“อีกไม่กี่วันข้าคงต้องลำบากเจ้าอีกแล้ว”
“ไม่เลยขอรับ ข้าบินอยู่บนฟ้า ก็เหมือนมนุษย์เดินบนดิน เบาสบายยิ่งนัก”
นางแอ่นกล่าวจบก็ทะยานขึ้นฟ้าไป
ซ่งโหยวละสายตาแล้วย่างกรายเดินต่อไป
ทั้งสองข้างมีต้นไม้สูงขึ้นเรียงราย ทางดินเหลืองเบื้องหน้าคดเคี้ยวจนมองไม่เห็นปลาย ราวกับว่ามันทอดยาวต่อไปเรื่อยๆ ไร้จุดสิ้นสุด
เขาเดินยันไม้เท้าไผ่ไปพร้อมกับเอ่ยขึ้น “แม่นางสามสีอดใจไว้เถิด ถึงเจิ้งซีเมื่อไร ข้าจะซื้อเหล้าข้าวหมักให้สักครึ่งชาม”
แมวสามสีตอบรับ “