ไม่เจออะไรเลย” แม่นางสามสีเดินไปพูดไป “แค่กลิ่นเหมือนหนูเน่า แต่ไม่ใช่หนูเน่า ดมดูแล้วน่าจะกินไม่ได้”
“เช่นนั้นเองหรือ…”
ไม่แปลกเลยที่เหล่าผู้ติดตามสองคนถึงได้ดูเหนื่อยหอบนัก
คงเป็นเพราะหลังจากเขาเดินไป แม่นางสามสีคงวิ่งซุกซน วิ่งไปทั่วเมืองผี พวกนั้นคงกลัวนางหายตัวไป จึงรีบไล่ตามไป แต่คนกับแมว จะวิ่งทันกันได้อย่างไรเล่า
ซ่งโหยวพักอยู่ในเมืองผีชั่วคราว
แม้ที่นี่จะอบอวลด้วยไอแห่งความตายอันเย็นยะเยือก แต่กลับทำอะไรเขาไม่ได้เลย
หลายวันต่อมา ราชครูก็มาหาเขาทุกเช้า
ซ่งโหยวก็พาแม่นางสามสีไปเที่ยวชมทุกมุมของเมืองผี ทั้งส่วนที่สร้างเสร็จและยังไม่เสร็จ รวมถึงพื้นที่ที่ยังมิได้วางแผนจัดสรร ทุกวันทั้งคู่จะพูดคุยกันเรื่องการสร้างเมืองผี ว่าด้วยแผนการเรื่องนรกในอนาคต ความสัมพันธ์กับสวรรค์และพุทธภพ รวมถึงความเปลี่ยนแปลงของฟ้าดินและจิตใจมนุษย์ บางครั้งซ่งโหยวก็ลองเสนอข้อคิดเห็นของตน ทั้งสองต่างได้ประโยชน์มากมาย
อย่างน้อยซ่งโหยวก็ได้เปิดหูเปิดตาไม่น้อยเลยทีเดียว
หากเมืองผีแห่งนี้จะกลายเป็นต้นแบบของนรกจริงๆ ซ่งโหยวย่อมกลายเป็นคนแรกที่ได้เห็นต้นกำเนิดของเรื่องราวเกี่ยวกับโลกหลังความตายที่มนุษย์จะเล่าขานกันไปอีกพันปีหมื่นปี
สรรพสิ่งตายลงล้วนกลายเป็นผี ต้องมาอาศัยอยู่ในเมืองผี ดำเนินชีวิตแตกต่างจากมนุษย์เช่นไรบ้าง บัดนี้เขาได้เห็นกับตาแล้ว
การเดินทางคือการฝึกใจ และการเดินทางครั้งนี้ก็นับว่าคุ้มค่ายิ่