รมย่อมก่อโทษร้ายแรงกว่าผู้ปกครองสวรรค์ที่ขาดคุณธรรม
แต่อย่างน้อย แม่นางสามสีก็ยังรู้ถึงคำตอบของเรื่องนี้มากกว่าเขา
เพราะแม่นางสามสีสามารถหาคำตอบในใจของตนได้อย่างง่ายดาย
“ที่นี่ไม่มีหนูเลยนะ!”
แมวสามสีเงยหน้าพูดขึ้นกับซ่งโหยว
“เพราะปราณหยินหนาแน่นเกินไป”
ซ่งโหยวตอบ
“หนาแน่นเกินไปสินะ~”
“ทูลราชครู พบวิญญาณของคนผู้นั้นแล้วขอรับ เขาถูกพาตัวมาเมืองผีเมื่อสามปีกว่าๆ” ขุนนางผีรายงาน พลางเปิดสมุดให้ราชครูและซ่งโหยวดู
“หลินโหย่ว เดิมเป็นคนจิตใจดีงาม แต่เมื่อเข้ากองทัพทางเหนือ กลับถลำลึกไปกับเหล่าทหารชั่ว เคยปล้นสะดม ฆ่าฟันราษฎร ขืนใจหญิงแล้วสังหารทิ้งเสียภายหลัง…”
“…”
ซ่งโหยวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามต่อเสียงเรียบว่า
“ไม่ทราบว่าเขามีจุดจบเช่นไร”
“ถูกเพลิงเผาจนสิ้นซาก” ขุนนางผีตอบ
“ทหารออกศึก ย่อมมีเรื่องรบราฆ่าฟันเป็นปกติ แม้ตามกฎจะได้รับโทษหนัก แต่กับทหารชายแดนทางเหนือแล้ว หากมิได้ทำผิดใหญ่หลวง ข้าก็มักจะลดหย่อนโทษให้บ้าง” ราชครูกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “คนผู้นี้คงทำผิดไว้ร้ายแรงนัก จึงได้รับโทษหนักถึงเพียงนี้”
ซ่งโหยวไม่ตอบ เขารับสมุดบันทึกมาจากมืออีกฝ่าย ก้มหน้าอ่านไปทีละบรรทัด
ตัวอักษรเรียงร้อยถ้อยคำ เขียนรายละเอียดไว้ชัดเจนนัก
ชื่อ แซ่ ถิ่นกำเนิด สาเหตุการตาย เวลาที่สิ้นลม เวลาที่ถูกพาตัวมาที่นี่ ความดีความชั่วในชาติภพก่อน รวมถึงสถานะในยามนี้ ล้วนมีระบุไว้ถี่ถ้วนไม่คลาดเคลื่อน
ซ่งโห