่งถืออำนาจมาสองทศวรรษ หากเป็นผู้อื่นคงถูกสาปแช่งไปนานแล้ว ทว่าราชครูกลับได้รับการยอมรับจากทั้งขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ แถมยังมีชื่อเสียงดีในหมู่ประชาชน ในประวัติศาสตร์แทบหาผู้ใดเทียบได้ยาก แม้แต่เฉินจื่ออี้ยังเคารพเขาไม่น้อย ถือว่าหาได้ยากยิ่งนัก
ซ่งโหยวอดคิดไม่ได้ ตนกลับยังมีข้อกังขาในใจอยู่มาก เช่นนั้นแล้วตนหรือคือผู้ผิด
แต่ความสงสัยนั้นกลับเป็นความจริง
“หากนรกเกิดขึ้นจริง ก็ต้องมีเจ้าแห่งนรก ซึ่งข้าไม่จำเป็นต้องกล่าวมาก ท่านก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าพวกเราตั้งใจเลือกผู้ใด” ราชครูส่ายศีรษะอย่างจนใจ “เพียงแต่เทพในนิมิตกล่าวว่า จะส่งจักรพรรดิมานั่งกำกับที่นี่ เพื่อดูแลเหล่าขุนนางในนรก นั่งเคียงข้างกับเจ้าแห่งนรก”
“จักรพรรดิองค์ใดกัน”
“ข้าไม่ทราบแน่ชัด” ราชครูเว้นไปครู่หนึ่ง “ฝ่ายสำนักพุทธก็จะส่งคนมาร่วมด้วย ตำแหน่งต่ำกว่าสององค์นั้น ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการปกครอง ดูเหมือนสวรรค์ก็ไม่มีข้อข้องใจ ส่วนฮ่องเต้ก็คงจะทรงเห็นชอบเช่นกัน”
“อย่างนั้นหรือ…”
ซ่งโหยวยังคงกวาดตามองรอบด้าน พลางพยักหน้าลงอย่างครุ่นคิด
ว่าด้วยเรื่องนรกและวัฏจักรสงสารนั้น เดิมทีก็เป็นแนวคิดที่ผสมผสานระหว่างพุทธกับเต๋า รวมเข้ากับความเชื่อพื้นบ้าน ต่อมาแม้แต่สำนักพุทธในแดนตะวันตกก็ถือว่าอยู่ภายใต้การดูแลของสวรรค์ชั้นฟ้า ดังนั้น เมื่อนรกใกล้จะอุบัติขึ้น การเว้นตำแหน่งหนึ่งไว้ให้ตัวแทนจากทางพุทธ ถึงจะสูงส่งแต่ไร้อำนาจ ก็ถือเป็นเรื