ที่แท้จริงของสรรพสิ่ง
เผยให้เห็นสภาพที่แท้จริงของเมืองผี
ทั้งรกร้างและไม่รกร้างในคราเดียว
เรือนร้านต่างๆ ดูราวกับถูกสร้างขึ้นโดยวิญญาณ พลังของเหล่าภูตผีที่ทับซ้อนอยู่ระหว่างความจริงกับกลลวง สำหรับคนเป็น มันอาจจะเหมือนกลมายา แต่สำหรับพวกวิญญาณแล้ว มันคือของจริงแท้แน่นอน
ไม่ต่างจากเมืองกุยเฉิงที่เหยียนโจว กลางวันดูรกร้าง แต่พอตกค่ำกลับงดงามดังเดิม
ซ่งโหยวกวาดตามองโดยละเอียด
โลกเบื้องหน้ามีค่ายกลคลุมอยู่ คงเป็นฝีมือของราชครู แต่ดูแล้วก็เพียงเพื่อป้องกันมิให้ปราณหยินหลุดรอดออกไปเท่านั้น นอกจากนั้นไม่มีสิ่งใดผิดแปลก
“ราชครูคือผู้กล้าแห่งยุค เมื่อครั้งทวยเทพทั้งหลายยังมีชีวิตอยู่ ก็หาได้มีความสามารถเกินท่านไปมากนัก” ซ่งโหยวตอบโดยแทบไม่ต้องคิด “เพียงเลือกฟังสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อท่าน ก็เพียงพอแล้ว”
“ข้าจะมีวาสนาได้วางใจเช่นท่านได้อย่างไรกัน” ราชครูยิ้มบางๆ ยังคงเดินนำต่อไปโดยไม่หันกลับมา “แต่ก็นับว่าคำแนะนำจากเทพเหล่านั้นส่วนใหญ่ล้วนดีทั้งนั้น หากนรกมีจริง ก็สมควรขอให้เทพสักองค์ลงมาดูแลที่นี่ พวกเขาเว้นตำแหน่งไว้ให้ทั้งฮ่องเต้และข้าด้วย ข้าก็ไม่มีสิ่งใดจะขัด เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าฮ่องเต้จะทรงยินยอมไหมก็เท่านั้น”
ซ่งโหยวยังคงพูดพลางกวาดตามองรอบๆ แต่คิ้วกลับขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
ราชครูเช่นเขา ที่เป็นผู้บำเพ็ญพรตแล้วเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ย่อมถูกนักปราชญ์ดูแคลน และถูกพลทหารดูหมิ่นยิ่งกว่า ยิ