ไว้ว่าทางแบบนี้ หากไม่มีเจ้า ข้าคงเดินหลงไปอีกหลายสิบลี้ ส่วนเจ้าพลาดเพียงครั้งเดียว หากจะว่ากันจริงๆ ก็แค่ข้าขอบคุณเจ้าน้อยลงสักหน่อยเท่านั้น”
“รับทราบ……”
นกนางแอ่นตอบเสียงแผ่ว
ซ่งโหยวเห็นดังนั้นก็ยิ้มออก “อีกอย่าง ข้าลงจากเขามาเพื่อพเนจรท่องใต้หล้า ทางหลวงคือโลกมนุษย์ ทางเล็กๆ กลางพงหญ้าก็เป็นโลกมนุษย์ มิใช่หรือ จะมองว่าเป็นประสบการณ์อีกแบบก็คงไม่ผิด ใครจะรู้เล่าว่า การหลงมาที่นี่ อาจเป็นวาสนาอีกแบบหนึ่งก็ได้”
“ขอรับ…”
นกนางแอ่นตอบเสียงแผ่วเบา
ส่วนแม่นางสามสีก็แปลงกายเป็นเด็กหญิง วิ่งไปเก็บฟืน
ก่อไฟ ทำอาหาร กินเสร็จก็เข้านอน
ทว่ากลางดึก ซ่งโหยวที่กึ่งหลับกึ่งตื่น กลับรู้สึกได้ว่ามีของแข็งแหลมๆ มาแตะที่หน้าผาก
“คุณชาย……”
เขาลืมตาขึ้น เห็นร่างเล็กสีดำใต้แสงจันทร์มายืนอยู่ข้างกาย
“ทางนั้นมียมทูตผ่านมา……”
นกนางแอ่นกระซิบเบาๆ
ซ่งโหยวพลันตื่นเต็มตา
เมื่อหันไปอีกทางก็เห็นแมวสามสีนั่งชะเง้อมองไปยังอีกฟากของเนินเขาอยู่ตรงขอบพรมขนแกะ
ราตรีเงียบสงัด มีเสียงพูดคุยแว่วมาจากทางนั้นจริงๆ
ซ่งโหยวค่อยๆ ลุกเดินขึ้นไปบนเนิน
เห็นว่าอีกฟากมียมทูตเดินมาเป็นกลุ่ม พลางพูดคุยกัน ทว่ามิได้คุมพวกดวงวิญญาณมา ดูท่าจะเป็นพวกที่เพิ่งออกมาจากเขาเยี่ยซาน ทว่าน้ำเสียงของยมทูตเหล่านั้นกลับแฝงไปด้วยความหดหู่
“ผีสองตนนั้นฝีมือไม่เลว มิหนำซ้ำยังเคยเป็นแม่ทัพใหญ่ เรื่องนี้แต่เดิมควรเป็นผลงานใหญ่แท้ๆ แต่พอจะถึงที่กลับห