งไม่ปิดบังกลิ่นของตน แม้ห่างกันหลายสิบลี้ก็สัมผัสถึงกันได้” หว่านเจียงกล่าว “หากพวกข้าจงใจเผยกลิ่นปีศาจออกให้เขารับรู้ และเขายังอยู่ในเขตจือจวิน เขาย่อมต้องรีบมาหาแน่นอน”
“แล้วเมื่อพบกันแล้วเล่า”
“บางทีเราจะอยู่รอท่านนักพรตในตัวเมือง หากเส้นทางยังเหมือนกัน ก็จะเดินทางต่อด้วยกันอีกหลายร้อยลี้” หญิงสาวเอ่ยพลางค้อมกายลงอย่างอ่อนช้อย
“แต่หากรออยู่ในเมืองจวินจนท่านนักพรตกลับมา แล้วจึงออกเดินทางพร้อมกัน ก็คงดีไม่น้อย เช่นนั้นทั้งท่านนักพรตและพวกข้าก็จะเบิกบานใจเช่นเดียวกัน” สาวใช้พูดพลางก้มหน้ายิ้มให้แมวสามสี“แม่นางสามสีก็จะได้กินข้าวต้มทุกวัน… อ้อ ตอนนี้คงได้แค่ครึ่งชามแล้วสินะ แต่ก็ยังนับว่าน่ายินดีอยู่ดีใช่ไหม”
“แล้วแต่เถิด”
ซ่งโหยวตอบแล้วก้าวเดินต่อไป
แมวสามสียังหยุดนิ่งอยู่ที่เดิม นางหันไปจ้องหญิงสาวทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกระโดดพรวดวิ่งไล่ตามนักพรตไป โดยเดินนำหน้าไปก่อน แล้วคอยเหลียวกลับมามองพวกนางเป็นระยะ
หญิงสาวทั้งสองไม่มีรถม้าแล้ว แต่กลับดูไม่เดือดร้อนอะไร เดินอย่างสบายใจราวกับคุณหนูผู้ดีและสาวใช้ในฉางจิงที่ออกมาเที่ยวชมดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิ เดินไปชมทิวทัศน์ไปอย่างไม่เร่งร้อน
ขณะนั้นเป็นช่วงต้นเดือนสองแล้ว
อากาศอบอุ่น ดอกไม้เริ่มบาน แม้แต่หญ้าและดอกไม้ริมทางก็แผ่ขึ้นถึงกลางถนน ผีเสื้อสีจางบินวนไปมาเป็นระยะ
บางคราสาวใช้ก็ยื่นมือออกไปคว้าผีเสื้อ แล้วเอาไปหยอกล้อกับแมว หรือยื่นให้น