จึงจะวางใจได้ เช่นนั้นพวกข้าก็จำต้องติดตามไปด้วยเท่านั้นเอง” สาวใช้ค้อมกายคารวะ “นายหญิงของข้านับถือท่านนักพรตมานาน ปีนี้ก็ได้ร่วมเดินทางกันมาแสนไกล ท่านเองก็คงทราบดีอยู่แล้วว่านายหญิงจะไม่ขัดใจท่าน ยิ่งไปกว่านั้น ท่านเป็นทายาทอารามฝูหลง พวกเราจะกล้าขัดคำได้อย่างไร”
ซ่งโหยวเงียบไปครู่หนึ่ง รู้สึกขบขันในใจ
บางครั้งเขารู้สึกว่าคนหนึ่งพูดแต่ความจริง อีกคนหนึ่งพูดแต่คำโกหก
แต่บางครั้งก็กลับกันคนที่พูดจริง กลับใช้ถ้อยคำสุภาพ ส่วนคนที่พูดโกหก กลับพูดออกมาตรงๆ ตามใจคิดจนเห็นความจริงในใจชัดเจนยิ่งกว่า
อย่างไรก็ตาม ตลอดการเดินทางนับพันลี้ที่ผ่านมา เขาก็เริ่มคุ้นชินกับการหยอกล้อของพวกแล้ว ถึงขั้นแสร้งว่าไม่ได้ยินได้โดยไม่ต้องเสียอารมณ์
“เช่นนั้นก็ตามใจแม่นางทั้งสองเถิด”
“หว่านเจียงจะขอร่วมเดินทางกับท่านนักพรตอีกสักช่วงไปจนถึงตัวเมืองแล้วค่อยแยกจากกัน”แม่นางหว่านเจียงเอ่ยอย่างสุภาพ “หลังจากนั้น ท่านนักพรตจะไปยังเขาเยี่ยซานเพื่อตามสิ่งที่รอท่านอยู่ ส่วนพวกข้าจะพักอยู่ในตัวเมือง รอสหายเก่ามารำลึกความหลังร่วมกัน”
“เย่ว์โจวล่มสลายไปแล้ว โลกกว้างใหญ่ถึงเพียงนี้…” สาวใช้เสริมทั้งรอยยิ้ม “ถึงอายุปีศาจจะยืนยาว แต่ครานี้ก็คงเป็นการพบกันครั้งสุดท้ายระหว่างพวกข้าและสหายเก่าผู้นั้นแล้วกระมัง”
“จะไปหาเขาอย่างไรหรือ”
“ปีศาจไม่เหมือนมนุษย์ อีกทั้งเรายังเป็นสหายเก่ากัน ต่างฝ่ายต่างจำกลิ่นของกันและกันได้ เพีย