งนี้ถือว่าไม่ติดค้างกันแล้ว ไม่ขัดขวางการทำมาหากินของท่านอีก”
นายเรือได้ฟังดังนั้น ก็ตบเข่าร้อง “อ้า! ท่านผู้นี้ต้องเป็นเซียนแน่แท้!”
ว่าแล้วก็ค้อมกายคำนับ ก่อนจะรีบพายเรือเทียบฝั่งอย่างระมัดระวัง
“ขอให้ท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ!”
“ท่านเองก็จงระวังตัว…” ซ่งโหยวตอบ พลางก้าวขึ้นฝั่ง
แมวสามสีเดินตามข้างเรือ มองลงไปก่อนจะกระโดดขึ้นเบาๆ ส่วนม้าสีน้ำตาลแดงก็ก้าวขึ้นอย่างมั่นคงราวเดินบนพื้นดิน
ซ่งโหยวเหลือบมองท่าเรือที่พังเสียหายอีกครั้ง ส่วนนายเรือก็พายเรือออกไปช้าๆ
“ดูท่าจะเป็นรอยเท้าของสัตว์ขนาดมหึมา” เสียงของแม่นางหว่านเจียงดังขึ้นจากด้านหลัง
ซ่งโหยวหันกลับไปมองทั้งคู่ “แม่นางทั้งสองจะไปทางใดต่อ อยากไปด้วยกันถึงเขาเยี่ยซานหรือไม่”
“ท่านนักพรตกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ก็มีเหตุผลดีอยู่ เขาเยี่ยซานนั้นเปลี่ยว และเกี่ยวข้องกับการสร้างนรก หว่านเจียงเป็นปีศาจ ถึงจะมีวิชาอำพรางกลิ่นปีศาจอยู่ แต่ก็มิใช่เรื่องดีนัก” หว่านเจียงยิ้มอ่อน โค้งตัวคารวะอย่างอ่อนช้อย
“เมื่อข้าไม่มีความคิดจะล่วงเกินแดนยมโลก ก็ไม่ควรย่างกรายเข้าไปให้ถูกเทพหรือราชครูเข้าใจผิด จะได้ไม่เกิดเรื่อง”
“ท่านนักพรตไม่ปรารถนาให้พวกข้าไป พวกข้าจะกล้าไปได้อย่างไรเล่า” สาวใช้ส่ายหน้าเบาๆ
“แน่ใจหรือว่าจะไม่ไป”
“หากท่านนักพรตอุตส่าห์ชวนด้วยไมตรี หว่านเจียงก็จะไป”
“แต่ถ้าท่านนักพรตเกิดเปลี่ยนใจ กลับมาสงสัยพวกเราอีก และเห็นว่าต้องพาพวกข้าไปด้วย