ี่นี่เถิด พวกข้าจะขึ้นฝั่งตรงนี้” ซ่งโหยวว่า “ขอถามอีกอย่าง หากจะรอเรือจากฝั่งนี้ ต้องรอนานเท่าใดกว่าจะมีเรือผ่านมา”
นายเรือทำหน้าลำบากใจ “ตอบแน่ไม่ได้หรอก เรือที่แล่นอยู่ในแม่น้ำนี้ บางฤดูก็มีมาก บางฤดูก็น้อย ต้องดูตามเวลา อีกทั้งนายเรือบางคนขยัน บางคนขี้เกียจ บางลำก็รับผู้โดยสารระยะใกล้ บางลำก็ไกล ไม่มีแบบแผนแน่นอน แต่ปกติแล้ว สักสองสามวันก็น่าจะมีลำหนึ่งผ่านมาแน่ ท่านยืนรออยู่ที่นี่ ถ้าเรือลำไหนมีที่ว่าง เขาก็จะเทียบท่าเข้ามาถามเอง”
พูดจบนายเรือยังทำท่าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม “ท่าน… ท่านคือเซียนหรือ”
“เป็นเพียงนักพรตเท่านั้นเอง”
“เช่นนั้นก็ต้องเป็นท่านผู้บำเพ็ญจากเขาศักดิ์สิทธิ์สักแห่งแน่!” นายเรือว่า แล้วหยุดไปครู่หนึ่ง “ไม่ทราบว่าท่านจะออกเดินทางเมื่อใด วันนี้ถ้าไม่มีท่านอยู่ เกรงว่าเรือของข้าคงถูกมังกรจมเรือไปแล้ว หากท่านยังอยู่ อีกสองสามวันข้ายินดีจะมารอที่นี่ ถือว่าได้ทดแทนบุญคุณช่วยชีวิต”
ซ่งโหยวเพียงหัวเราะ “หากเรือล่ม ข้าเองก็คงเปียกไปด้วย ไหนเลยจะนับว่าเป็นการช่วยชีวิตกันได้ อีกอย่าง ท่านอยู่กับสายน้ำ ย่อมชำนาญการว่ายน้ำ ข้าเพียงทำในสิ่งที่พึงทำเท่านั้น มิอาจรับว่าเป็นบุญคุณใดๆ ได้หรอก”
เขาเอ่ยพลางยิ้ม “ยิ่งกว่านั้นข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อใด หรืออาจไม่ย้อนเส้นทางนี้อีกเลย ต่อให้ย้อนมาก็คงอีกหลายวันจากนี้ ข้าเพียงถามไว้เฉยๆ น้ำใจของท่าน ข้ารับไว้แล้ว เรื่อ