รตกับรถม้ามีไม่มากนัก แสงจันทร์ส่องสว่างพอให้เห็นดวงตาเปล่งประกายคู่นั้นของเจ้าแมวกำลังจ้องเขม็งมาที่นาง
สาวใช้กะพริบตา สีหน้าพลันชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยังเอ่ยขึ้นทั้งรอยยิ้ม “ข… ข้าทำเอง ข้าเผลอทำหกตอนรินเหล้าให้แม่นางสามสี ไม่ทันระมัดระวังจึงหกใส่พรมของท่านด้วย ต้องขออภัยจริงๆ”
เจ้าแมวพยักหน้ารับ แล้วค่อยๆ หันกลับไปขดตัวอยู่ในผ้าห่มต่อ
นักพรตเหลือบตามองเจ้าแมวสลับกับรถม้า ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ส่ายหน้าไปมาโดยไม่พูดอะไร แล้วเอนกายลง หลับตาเตรียมเข้าสู่ห้วงนิทรา
รุ่งเช้า ทั้งขบวนก็ออกเดินทางต่อ
จือจวิ้นกันดารสมคำร่ำลือ
กันดารทั้งทางด้านภูมิประเทศและผู้คน
แม้จะอยู่ติดกับแคว้นเหยาโจว แต่เพราะที่แห่งนี้มีภูเขาสลับซับซ้อน เส้นทางคดเคี้ยว มีสัตว์ร้ายชุกชุม อีกทั้งยังมีถนนเส้นอื่นที่สัญจรสะดวกกว่า บรรดาผู้คนที่มุ่งหน้าไปแคว้นเหยาจึงไม่เลือกเดินทางเส้นนี้กัน
ดินแดนนี้แร้นแค้นมาตั้งแต่ครั้นโบราณกาล พื้นดินกว้างใหญ่แต่แห้งแล้ง ผู้คนบางตา ไร้ซึ่งธุรกิจค้าขาย ไร้สินค้าขึ้นชื่อ ทิวทัศน์ก็ไม่งดงาม คนนอกย่อมไม่อยากย่างกรายเข้ามา ที่นี่จึงกลายเป็นสถานที่ร้างคน ขุนนางที่ถูกส่งมาประจำการก็มักจะเป็นขุนนางที่ทำความผิดมาเสียส่วนใหญ่
เรียกได้ว่าแทบไม่มีผู้ใดอยากมาเยือน และแทบไม่มีผู้ใดไปจากที่นี่ได้เลย
แม้จะมิได้อยู่ห่างไกลนัก แต่กลับให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวราวถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
หากมิใช่เพราะบังเอิญไ