“ขอบคุณนักพรตที่ให้คอยดูแลและให้ที่พักพิง ข้ายังต้องเดินทางลงใต้ต่อ ไม่อาจอยู่ต่อได้อีกแล้ว”
“เหมียว~”
“ขอบพระคุณนักพรตมู่หยุนจื่ออย่างยิ่ง หว่านเจียงจดจำเอาไว้ในใจ”
“ท่านนักพรตประจำอยู่ในอารามแห่งนี้ ถือเป็นบุญของชาวเมืองตงเหอที่มีท่านอยู่ในรัศมีสิบลี้ เกรงว่าภูตผีปีศาจทั้งหลายคงไม่กล้าย่างกรายเข้ามา” สาวใช้ยกมือขึ้นประสาน กล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “ข้าชื่นชมท่านยิ่งนัก ที่บำเพ็ญตนเพื่อคุ้มครองสันติสุขให้ผู้คน”
“อา ข้ามิกล้าหรอก…”
มู่หยุนจื่อโบกมือไปมาอย่างถ่อมตน
“ข้าไม่รู้วิชาล้ำลึก ทั้งหมดล้วนอาศัยความศักดิ์สิทธิ์ขององค์เทพสายฟ้าเท่านั้น หากข้ามีวิชาดังที่แม่นางกล่าวไว้จริงก็คงดีไม่น้อย”
กล่าวจบเขาจึงหันมาทำคารวะซ่งโหยว
“ในเมื่อสหายบำเพ็ญยังต้องออกเดินทางไปทั่วหล้า ข้าย่อมไม่กล้ารั้งไว้ และขอไปส่งท่านลงจากเขา”
“ขอบคุณท่านมาก”
ซ่งโหยวคารวะตอบโดยไม่สนถ้อยคำของสาวใช้แต่อย่างใด
มู่หยุนจื่อจึงเดินตามมาส่งจนถึงหน้าประตู ซ่งโหยวเอ่ยขอให้เขาส่งเพียงเท่านี้ เขาจึงยอม มิเช่นนั้นเกรงว่าคงจะตามมาส่งถึงเชิงเขา หรือไม่ก็เลยไปถึงถนนหลวงที่อยู่อีกฟากของเนินเสียด้วยซ้ำ
ระหว่างเดินลงเขา ซ่งโหยวก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ข้ารับรู้ได้ถึงความชื่นชมที่แม่นางมีต่อโจวเหลยกง หากวันใดได้พบเขาอีก ข้าจะช่วยเอ่ยปากแทน”
“ท่านนักพรตไว้ชีวิตข้าเถิด”
สาวใช้หัวเราะชอบใจ “ข้าก็แค่เบื่อหน่ายชีวิตในฉางจิงตลอดสิ