บปีนี้ เมื่อครู่เพียงแค่หยอกเล่นเท่านั้น หาได้มีเจตนาจะล้อเลียนนักพรตชรา ท่านอย่าได้ถือสาข้าเลย”
แมวสามสีที่เดินนำอยู่ข้างหน้าพลันหันกลับมามองด้วยแววตาเป็นประกายราวกับกำลังได้ชมเรื่องสนุก
“เฮ้อ…ผู้เฒ่าทั้งสองนั้นช่างน่าสงสาร ได้กลับบ้านในวัยเกษียณแล้วแท้ๆ ควรได้อยู่สุขสบายกับบุตรหลาน ไฉนต้องมาตายอย่างอนาถเช่นนี้”
“ใช่แล้ว ทั้งคู่ล้วนเคยเป็นขุนนางใหญ่ในราชสำนัก ประจำการคนละที่ แต่กลับสิ้นชีพห่างกันไม่นาน แถมลักษณะการตายยังเหมือนกันราวถอดแบบ ข้าว่าไม่น่าจะเป็นฝีมือภูตผี เกรงว่าจะเป็นศัตรูเก่าตามมาล้างแค้นมากกว่า”
“ได้ยินว่าศีรษะถูกกระชากจนขาด หาได้บั่นคอ ดูแล้วน่าจะถูกกระชากทั้งเป็น อีกทั้งตามร่างกายก็มีรอยแผลฉกรรจ์ ดูไม่เหมือนแผลจากอาวุธ แต่คล้ายถูกกรงเล็บปีศาจข่วน” ขุนนางอีกคนว่าพลางทำท่าประกอบ “นี่มันจะเป็นฝีมือมนุษย์ได้อย่างไรกัน! โดนปีศาจเล่นงานแน่นอน!”
“แต่พอเชิญพวกหมอผีมาดูกลับไม่พบกลิ่นอายปีศาจเลยนี่นา”
“หมอผีบ้านๆ จะมีวิชาอะไรนัก! หากเจอปีศาจร้ายจริงๆ แค่มีเข็มทิศกับยันต์ไม่กี่แผ่น จะมองเห็นได้อย่างไร! อย่างไรก็เป็นฝีมือของปีศาจ ข้าจึงพาเจ้ามาไหว้ท่านเทพสายฟ้าที่อารามชิงเซียวแห่งนี้อย่างไรเล่า เผื่อท่านจะโปรดเมตตาคุ้มครองเราไว้ อย่าให้ต้องเผชิญเคราะห์เหมือนผู้เฒ่าทั้งสองนั้นเลย…ข้าน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เจ้าน่ะยังหนุ่มแน่น ยังอนาคตไกลนะ ฮ่าๆ”
“ชู่… ท่านเงียบก่อน”
ขุนนางหนุ่มรีบส่