ข้าก็มีม้า!”
เด็กหญิงน้อยคอยติดตามนักพรตไป เอาแต่ขยำก้อนน้ำตาลในมือเล่นพร้อมกับหันมามองพวกนางอย่างระแวดระวัง
นางเรียนรู้ท่าทีเช่นนี้มาจากนักพรต
จิตใจเด็กน้อยย่อมแบ่งความดีความชั่วชัดเจน หากรู้ว่านักพรตไม่ชอบผู้ใด นางก็จะเอาแต่เดินตามหลังนักพรต ซึ่งแม้เขาจะสงวนท่าทีไว้อย่างไร แต่นางก็จะเผยท่าทีนั้นออกมาอย่างเปิดเผย
“เหตุใดท่านนักพรตต้องระแวงพวกข้าด้วยเล่า”
สาวใช้นั่งอยู่บนแผ่นไม้หน้าตัวรถ ร่างของนางโยกไปตามแรงสะเทือนจากถนนที่ขรุขระ เสมือนตัวเบาหวิวยิ่งนัก แต่ถึงกระนั้นเจ้าตัวกลับไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย นางเอาแต่แกว่งขาไปมาแล้วหันมายิ้มให้นักพรต
“ท่านคงไม่ได้ระแวงเพราะพวกข้าบอกท่านไว้ล่วงหน้าหรอกกระมัง หากพวกข้าไม่เอ่ยว่าจะเดินทางลงใต้หลังปีใหม่ ท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องระวังเรา”
“มีเหตุผล”
ซ่งโหยวตอบพลางก้าวเดินต่อไป
แม้ผู้พูดจะเป็นเพียงสาวใช้ แต่เขากลับถือว่าตนกำลังสนทนาอยู่กับร่างจริง
“ท่านเป็นเช่นนี้ดูไม่สบายใจเอาเสียเลย เหตุใดถึงปฏิบัติต่อพวกข้าไม่เหมือนตอนอยู่ที่ฉางจิงเลยเล่า” รถม้าสะเทือนรุนแรงเสียจนร่างของสาวใช้ลอยขึ้น “นายหญิงของข้าอยากผูกมิตรกับท่านจริงๆ ไม่คิดอำพรางเลยสักนิด มิเช่นนั้นนางจะเด็ดกิ่งเหมยแรกแย้มบานมาให้ท่านหรือ”
“แท้จริงแล้วแม่นางทั้งสองก็เป็นคนเด็ดกิ่งเหมยมาให้ข้านี่เอง…”
“ใช่แล้ว” สาวใช้เอ่ย “ก่อนปีใหม่พวกข้าไปเยี่ยมท่านอีกครั้ง ท่านไม่ถามอะไรเลยสักคำ พวกข้า