้นเลย ซ้ำยังสั่งให้ออกจากเมืองไปตั้งแต่เช้าตรู่วันนี้”
“ฝ่าบาทได้ขึ้นครองราชย์ก็เพราะมีนางคอยหนุนหลังนั่นแล”
“ข้าเคยได้ยินว่าครานั้นที่องค์หญิงขึ้นว่าราชการแทนฝ่าบาทเป็นครั้งแรก ฝ่าบาททรงสัญญาไว้ว่าต่อให้นางจะเป็นเช่นไร จะทรงปกป้องนางไม่ให้พบเจอภัยอันตรายใดตลอดชีวิต”
“ข่าวลือทั้งนั้น ทรงเห็นแก่สายโลหิตและคุณความดีในอดีตเท่านั้น”
“ไม่ใช่ข่าวลือเสียหน่อย!”
“แล้วถูกเนรเทศไปที่ใดเล่า”
“องค์หญิงฉางผิงมีทั้งทรัพย์ทั้งคน แม้จะถูกถอนยศถาบรรดาศักดิ์ในราชสำนักจนหมด แต่ชื่อเสียงของนางยังอยู่ นอกเมืองก็มีขุนนางจำนวนมากเคยไปคารวะนางถึงตำหนัก บางคนถึงกับเรียกตนเองว่าเป็นแขกเหรื่อของนาง อีกทั้งฝ่าบาทก็เห็นแก่ไมตรีครั้นวันวาน ไม่ว่านางจะไปอยู่ที่ใดย่อมเอาตัวรอดได้ทั้งนั้น ทว่า… ถึงอย่างไรก็ไม่อาจสร้างคลื่นลมใดๆ ได้แล้ว”
ซ่งโหยวฟังบทสนทนาพลางมองขบวนรถม้าที่แล่นผ่านไป
กลางขบวนมีรถคันหนึ่งเพิ่งถูกตกแต่งใหม่ เปลี่ยนเครื่องประดับหรูหราและตราบ่งบอกฐานะเป็นผ้ามันธรรมดา คล้ายรถม้าของเศรษฐีทั่วไป
สายลมพัดพามาพอดี ทำให้ชายผ้าม่านถูกเลิกขึ้นเล็กน้อย
มองเข้าไปยังหน้าต่างบานน้อย จะเห็นสตรีวัยสี่สิบปลายๆ ผู้หนึ่ง ใบหน้าของนางเริ่มมีริ้วรอย มีผมหงอกขึ้นประปราย นางโน้มตัวลงไอเบาๆ โดยใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากไว้ ครั้นสัมผัสได้ว่าผ้าม่านถูกเลิกขึ้นโดยสายลม ก็มองออกมายังเบื้องนอก
สายตาทอดมองเหล่าผู้คนริมทาง
รวมถึงซ่งโหยว