ให้นักพรตปลอมเช่นข้าช่วยไขข้อข้องใจหรือ” ซ่งโหยวเอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงแววสนใจ
เจ้าแมวเองก็เหลียวมองมาเช่นกัน
นางอยากรู้เหลือเกินว่าศิษย์มีข้อสงสัยใดอยากถามนักพรตมากกว่าอาจารย์
“มีสิ!”
จอมยุทธ์หญิงอู๋มีสีหน้าสงบนิ่ง นางเหลือบมองรอบๆ ก่อนจะลุกไปปิดประตู แล้วนั่งกลับลงมา
“ข้าสืบจนรู้แน่ชัดแล้วว่าผู้ใดเป็นคนวางแผนสังหารบิดาข้า ทำให้ครอบครัวข้าถูกสังหารจนหมดเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว แต่เวลาก็ผ่านมานานนัก บางคนตายไปแล้ว เหลือแต่ครอบครัวของเขา บางคนยังอยู่ ก็ร่ำรวยเงินทอง มีตำแหน่งใหญ่โต” นางเอ่ยเสียงเยือกเย็น “เจ้าเป็นนักพรต เช่นนั้นจงบอกข้ามาเถิด ข้าควรแก้แค้นให้พ่อ ตัดรากถอนโคนให้สิ้น หรือว่าผิดก็ว่าไปตามผิด ปล่อยให้คนทำได้รับกรรมที่ตนก่อ…”
ซ่งโหยวได้ฟังก็เช่นนั้นก็รู้สึกหวิวในใจ
เหมือนได้ย้อนกลับไปยังค่ำคืนในบ้านโลงศพเมื่อห้าหกปีก่อน…
ซ่งโหยวกล่าวกับนางอย่างตรงไปตรงมา แสดงจุดยืนชัดเจนว่า
“ข้าเป็นนักพรต ย่อมไม่อยากเห็นชีวิตอันสดใสต้องดับสูญ และไม่อยากเห็นมือของจอมยุทธ์หญิงเปื้อนเลือด” เขามองนาง พลางสังเกตเห็นว่าแม้สีหน้าของนางจะนิ่งสงบ แต่แววตากลับวูบไหว ราวกับกำลังลังเล จึงได้แต่ยกยิ้มบางๆ “ทว่าความแค้นนั้นก็ฝังลึกในใจ ข้าไม่อาจตัดสินแทนจอมยุทธ์หญิงได้ เรื่องนี้เลือกเองจะดีกว่า ข้าคิดว่าจอมยุทธ์หญิงเองก็คงมีคำตอบอยู่แล้วกระมัง”
“มีคำตอบแล้วหรือ หากข้ามีคำตอบอยู่แล้ว ข้าจะมาถามเจ้าทำไมกัน”