น็บไว้กับประตู
กิ่งเหมยถูกเสียบคาไว้กับแม่กุญแจ ดูท่าคงเพิ่งนำมาเสียบเมื่อไม่นาน ลักษณะคล้ายเพิ่งเด็ดมาจากต้นเหมยสักต้น มีทั้งที่ยังเป็นดอกตูมและที่แย้มบานแล้ว กลีบดอกยังไม่มีร่องรอยเหี่ยวแห้งใดๆ
“ดอกเหมยนี่นา”
“เหมียว!”
“มีคนเอามาเสียบไว้”
“เหมียว…”
ซ่งโหยวหยิบก้านเหมยขึ้นมา ส่วนอีกมือก็ไขกุญแจ ก่อนจะผลักประตูเข้าไป พลางเหลียวมองไปยังบ้านข้างๆ แล้วย่างเท้าเข้าไป
ไม่นาน หน้าต่างบ้านข้างๆ ก็เปิดออก
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง จอมยุทธ์หญิงอู๋ก็เดินมาหาเขาแล้ว
ซ่งโหยวกำลังจัดคัมภีร์แพทย์ที่พกมาไว้ในถุงใส่ผ้า โดยใส่ไว้ด้านใต้สุดคู่กับบันทึกการเดินทางของตน ครั้นลงมาชั้นล่าง ก็เห็นว่าจอมยุทธ์หญิงอู๋กำลังคุยกับเจ้าแมวอยู่ ทั้งคนทั้งแมวต่างตั้งใจเรียนรู้กันดั่งเคย
ครั้นเห็นเขาเดินมา นางถึงเอ่ยปากทัก
“ผู้ใดเอาดอกสาลี่มาเสียบไว้หน้าประตูบ้านเจ้าหรือ”
“นี่คือดอกเหมย มีสีขาวเหมือนกัน” ซ่งโหยวตอบ “คนรู้จักกระมัง คงมาที่นี่แล้วไม่เจอใคร จึงเสียบทิ้งไว้ให้รู้ว่ามาเยือนแล้ว”
“คงเป็นพวกนักปราชญ์ช่างสาละวนพวกนั้นกระมัง”
“จอมยุทธ์หญิงกลับมาเมื่อใดหรือ”
“ไม่กี่วันเอง”
“ไม่กี่วันมานี้? แสดงว่าแก้แค้นสำเร็จแล้วหรือ”
“ยังหรอก แค่ไปตรวจสอบเป็นครั้งสุดท้าย ชีวิตคนทั้งคน ใช่เรื่องล้อเล่นเสียเมื่อไร” นางกล่าวพลางค้อมกายคารวะ “มีเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากมาขอให้เจ้าช่วยไขข้อข้องใจ”
“จอมยุทธ์หญิงใจกว้างนัก มีเรื่องใดที่อยาก