ีเสมอไป”
“ทำไมหรือ”
เจ้าแมวสงสัยอย่างยิ่ง มีอายุยืนยาวไม่ดีตรงไหนเล่า
เซียนงูเพียงส่ายศีรษะไปมาเล็กน้อย ก่อนจะถามต่อสั้นๆ
“เจ้าบำเพ็ญตบะมานานกี่ปีแล้ว”
“ข้าไม่รู้”
“เรื่องนี้เจ้าก็ไม่รู้หรือ”
“ก็ตอนนั้นข้านับเลขไม่เป็น”
“แล้วเจ้ารู้วิธีแปลงกายมากี่ปีแล้ว”
“หนึ่ง สอง……หกปีแล้ว!”
“เช่นนั้นเจ้าก็ยังเยาว์วัยนัก หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล”
“ข้าโตแล้วนะ!”
เซียนงูหัวเราะพร้อมกับส่ายหัวไปมา ได้คุยกับเจ้าแมวช่างรู้สึกเพลิดเพลินนัก
“ท่านคือเซียนงูใช่หรือไม่”
“จะเรียกว่าอะไรก็เรียกไปเถิด”
“ท่านทำอย่างไรถึงขยายร่างได้ใหญ่โตถึงเพียงนั้น”
“หืม”
“ใหญ่ขนาดนั้นน่ะ…”
เจ้าแมวชูอุ้งเท้าสั้นๆ ออกมาทำท่าเปรียบเทียบขนาด ก่อนจะเก็บอุ้งเท้ากลับไป แล้วแหงนหน้ามองอีกฝ่ายตาแป๋ว
“เรื่องนั้นหรือ”
เซียนงูเข้าใจได้ในทันที จึงตอบนางไปทั้งรอยยิ้ม “ร่างจริงของปีศาจย่อมใหญ่โตกว่าสัตว์ธรรมดา ข้าอยู่มาหลายร้อยปีแล้ว อีกทั้งปีศาจงูเช่นข้านั้นยังมีความพิเศษ จึงขยายร่างได้ใหญ่โตนัก…”
“อะไรพิเศษหรือ”
เจ้าแมวยังคงตั้งคำถามต่อ
“เมื่อสัตว์ทั่วไปเจริญเติบโตขึ้นถึงจุดหนึ่งจะหยุดโตไปเอง ครั้นแก่ตัวก็ซูบผอมลง ทว่ามีคำเล่าลือกล่าวว่า งูมีสายเลือดเดียวกับมังกร จึงเติบโตได้เรื่อยๆ จนกว่าจะสิ้นอายุขัย แม้เป็นงูธรรมดาก็ยังโตขึ้นทุกปี เพียงแต่จะโตช้าลงเท่านั้น” เซียนงูเอ่ยเสียงเนิบนาบ “เมื่อได้กลายร่างเป็นปีศาจแล้ว ย่อมมีขนาดใหญ่กว่าปกต