ตอนเหนือก็ถือว่าไม่น้อยหน้าเหล่าบรรพจารย์แล้ว แต่บัดนี้ดูไป เจ้านี่คิดการใหญ่กว่าพวกเขาเสียอีก” เซียนงูส่ายหน้า “เพียงแต่ไม่รู้ว่าเจ้าจะใช้วิธีใดผูกมัดเทพทั้งหลาย และเปลี่ยนหนทางสู่ความเป็นเทพอย่างไร”
“ข้ายังคิดไม่ออก” ซ่งโหยวขมวดคิ้วครุ่นคิด นับเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนขี้เกียจอย่างเขามาก “ละยังไม่ถึงฤกษ์”
“เหตุใหญ่เช่นนี้ ต้องอาศัยกระแสแห่งยุคสมัยด้วย”
“เช่นนั้นก็พอจะง่ายลงบ้าง”
“ยุคสมัยรี้แผ่นดินสงบสุข ผู้ใดเล่าจะลุกขึ้นต่อต้านวานสวรรค์เพียงลำพัง แม้แต่มหาอำนาจยุคบรรพกาลก็ยังทำได้ยากเลย อีกทั้งเรื่องนี้คงไม่สำเร็จในเวลาเพียงข้ามคืน ต้องตรึกตรอง เตรียมการยาวนานอย่างยิ่ง” เซียนงูกล่าว
“ถูกต้อง”
“ไม่สู้ไปดูสถานการณ์ที่เฟิงโจวก่อนเล่า” เซียนงูอมยิ้ม “เมืองผีถูกสร้างขึ้นมาตั้งหลายปีแล้ว ภพภูมิของผู้วายชนม์กำลังถือกำเนิด ที่นั่นรวบรวมวิญญาณนับล้านไว้ ไม่รู้ว่าใครจะกลายเป็นจ้าวแห่งนรกภูมิ”
“นั่นสินะ…”
ซ่งโหยวยิ้มตาม
“ข้าว่าจะลงใต้ตอนต้นฤดูใบไม้ผลิ อย่างไรก็จะไปดูเมืองผีนั้นแน่” ซ่งโหยวว่า แต่ถึงกระนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย “เพียงแต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ข้ากลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ”
“อย่างไรเล่า”
“บอกไม่ถูก มีหลายรายละเอียดทำให้ข้าเกิดความสงสัย ต้องไปเห็นด้วยตาตนเองถึงจะรู้”
“เห็นกับตาย่อมกระจ่างกว่า”
“จริงสิ”
ซ่งโหยวหันกลับมาหาเซียนงู พาเขาวกกลับสู่หัวข้อเดิม “ได้ยินว่าหมอเทวดาไช่ได้บันทึกศ