เจียงตง นครหลวงฮ่วนหมิง ยอดหอเด็ดดาว
อสูรบำเพ็ญเซียวซาน ผู้ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการแห่งกรมพระนครบาล ได้สลัดความต่ำต้อยเมื่อสามสิบปีก่อนนานแล้ว ทุกย่างก้าวล้วนมีกลิ่นอายสูงส่งของผู้กุมอำนาจ
เพราะในวันนี้ กรมพระนครบาลได้กลายเป็นหน่วยงานที่ใหญ่ที่สุดของราชสำนักเต๋า แม้พลังของเขาจะมิได้สูงส่งนัก แต่สถานะกลับทัดเทียมกับมหาเสนาบดีทั้งสามในอดีต ทว่าแม้เป็นเช่นนั้น ครั้นก้าวขึ้นสู่หอเด็ดดาวใบหน้าของเขาก็ยังฉายชัดด้วยความยำเกรง
เขามิได้เหาะขึ้นสู่ยอดโดยตรง หากแต่เลือกเดินทีละก้าว ขึ้นไปตามบันไดอย่างสงบ จนเมื่อก้าวสุดท้ายสิ้นสุดลง ฟ้าดินพลันเบิกกว้าง
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา คือแท่นสูงตระหง่านหนึ่งแท่น
บนแท่นนั้น เมฆหมอกม้วนตัว ดวงอาทิตย์กับจันทราส่องประกายเคียงคู่ โอบล้อมบุคคลหนึ่งผู้หันหลังต่อสรรพชีวิต เมื่อทอดตามองออกไป ก็ราวกับกำลังมองเห็นฟ้าดินอีกผืนหนึ่ง
“ข้าน้อย คารวะฝ่าบาท!”
เซียวซานสูดลมหายใจลึก สายตาเต็มไปด้วยศรัทธาอันแรงกล้า จ้องไปยังเงาร่างบนแท่นสูง เอื้อนคำเสร็จก็คุกเข่าลงโดยมิลังเล ทำความเคารพอย่างยิ่งใหญ่
ฟ้าดินทั้งผืน ตกอยู่ในความเงียบสงัด
ผ่านไปเนิ่นนาน บุคคลนั้นจึงเอ่ยปากอย่างแผ่วเบา เห็นได้ชัดว่าเป็นสุรเสียงของผู้ที่ควบคุมใต้หล้า แฝงไว้ด้วยความโดดเดี่ยวที่ยากจะบรรยาย
“…ลุกขึ้นเถิด”
“ขอบพระคุณฝ่าบาท”
เซียวซานก้มศีรษะหนักหน่วง ก่อนลุกขึ้นยืน “ฝ่าบาท ภารกิจที่ท่านได้มอบ