ิดหวัง ทั้งโศกา อารมณ์หลายหลากร้อยเรียงเป็นความทุกข์ระทม “เขาช่างโง่เขลา คัมภีร์ครึ่งเล่ม ไฉนเลยจะเก็บไว้เพียงชุดเดียว ที่เขาเก็บรักษาไว้เป็นเพียงหนึ่งในสามชุดเท่านั้น ที่สำคัญ ต่อให้ทั้งหมดถูกเผาเสียก็ไม่เป็นไร อย่างไรเสียข้าก็เป็นผู้เขียนมันขึ้นมา ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิต จะเขียนใหม่เมื่อใดก็ย่อมได้”
ซ่งโหยวครุ่นคิดทวนคำพูดของอีกฝ่าย โดยเฉพาะประโยค ‘ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิต’ ช่างมีความหมายแฝงอันลึกซึ้งเสียเหลือเกิน
“ไม่ทราบว่าชุดที่ท่านพกติดตัวนั้นยังอยู่หรือไม่”
“…”
หมอเทวดาไช่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวไปมา “บางทีนี่ก็คงเป็นชะตาฟ้าลิขิต”
ซ่งโหยวเหลือบมองศิษย์ที่คอยติดตามอยู่ด้านหลัง
ศิษย์ผู้นั้นจึงกล่าวขึ้น “ระหว่างเดินทางกลับ พวกข้านั่งเรือมาตามลำน้ำ ศิษย์น้องเป็นผู้สะพายห่อเอกสารไว้ ทว่าเมื่อขึ้นเรือกลับพลาดตกน้ำไป แม้จะช่วยขึ้นมาได้ และคัมภีร์ต้นฉบับก็ห่อด้วยผ้าอาบน้ำมันไว้อย่างดี แต่ก็ยังเปียกไปบ้าง วันนั้นดันมีแดดแต่ไม่มีลม พวกข้ากลัวว่าจะเสียหาย จึงนำออกมาตาก แต่อยู่ดีๆ กลับมีลมพัดรุนแรง พวกข้าพยายามคว้าไว้แล้ว แต่ก็ไม่ทัน”
“เป็นความผิดของข้า แม้ขึ้นเรือยังไม่ระวังตัวเลย” ศิษย์อีก