ข้าไม่รู้!”
“แล้วเคยได้ยินชื่อหมอเทวดาไช่หรือไม่”
“เกี่ยวอะไรกับข้าเล่า”
“มันเป็นเรื่องบังเอิญ…”
ซ่งโหยวลากเก้าอี้มานั่งข้างโต๊ะ หันหน้าเข้าหาโจวโจวเหลยกง แล้วหยิบกริชบนโต๊ะส่งให้เด็กหญิงข้างกาย ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสมือนกำลังเล่าเรื่อง
เขาเล่าว่าหมอเทวดาไซ่ได้ถ่ายทอดแก่นแท้แห่งศาสตร์การแพทย์ไว้ในตำรา ‘คัมภีร์หมอไช่’ โดยหมายให้ผู้คนเข้าใจต้นเหตุของโรคและวิธีรักษา ยามเจ็บไข้จะได้ไม่ต้องตื่นตระหนกหรือตกอยู่ในความงมงาย เช่น ไปบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือใช้วิธีพิสดารใดๆ ทว่าที่ผ่านมากลับประสบเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ทั้งถูกหนูแทะ ถูกแมลงตอม ต้นฉบับที่เขียนไว้ดีแล้วก็ถูกทำลายโดยภัยพิบัติครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม หรือแม้แต่ถูกโจรขโมยไปเสียก็มี
ท้ายที่สุดยังมีเรื่องของหมอเฉินด้วย…
โจวเหลยกงฟังแล้วก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อยๆ
“บนภูเขามีทั้งพายุฝนและแผ่นดินไหว ล้วนเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ไม่เกี่ยวข้องกับเทพเทวา ส่วนโจรปล้นชิงนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาบนโลกปุถุชน อีกอย่างบ้านเรือนส่วนใหญ่ในเมืองหลวงมักสร้างขึ้นจากไม้ อากาศแห้งทำให้เกิดเพลิงไหม้บ่อยครั้ง ที่เจ้าว่ามานั้น ล้วนเป็นไปได้ทั้งสิ้น” โจวเห