าผู้ใดเป็นคนเอ่ยขึ้นก่อน
“แม่นางหว่านเจียงเล่นพิณอีกแล้วหรือ”
ทันใดนั้นผู้คนก็เริ่มหันไปกระซิบกระซาบกัน
“หรือว่านักพรตผู้นั้นจะเป็นหมอ”
“อย่าบอกนะว่า…”
“พูดบ้าอะไร! เสียงพิณวันนี้ไพเราะนัก ฟังแล้วสบายใจราวกับได้รับแสงอาทิตย์ยามสามวสันต์ ไม่มีกลิ่นอายแห่งความเศร้าหมองเลยสักนิด จะเป็นอย่างที่เจ้าคิดได้อย่างไรกัน!”
“ก็จริง ข้าคิดว่าแม่นางหว่านเจียงคงหายจากโรคแล้ว ถึงได้ออกมาบรรเลงเพลงเช่นนี้”
“……”
ลูกจ้างหอเซียนกระเรียนออกมาเชื้อเชิญผู้ที่ยืนเฝ้าหน้าประตูมาหลายวันแต่ไม่มีเงินมากพอให้เข้ามานั่งรวมกับผู้ลากมากดีทั้งหลายในโถงใหญ่ พร้อมกับยกสุราชั้นดีมาให้ดื่มร่วมกัน
ไม่นานนัก เสียงพิณก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ขณะนั้น นักพรตก็เดินห่างออกไปแล้ว
เขาหยุดฝีเท้าลง พลางเหลียวหลังกลับไปตามทิศทางที่เสียงพิณแว่วมา ขณะเดียวกันก็กุมมือของแม่นางสามสีที่เอาแต่สะบัดไปมาไว้แน่น
ผู้คนมากมายบนถนนกำลังมุ่งหน้าไปยังหอเซียนกระเรียน
และมีเพียงนักพรตเท่านั้นที่รู้ หลังจากวันนี้เป็นต้นไป นครฉางจิงจะไม่มีหญิงงามนักดีดพิณนามหว่านเจียงอีกต่อไป