“วันนี้ได้สนทนากับท่านนักพรต ข้าไม่ต้องระวังถ้อยคำ ไม่ต้องสวมหน้ากาก รู้สึกโล่งใจนัก เหมือนเมื่อครั้งล่องเรือในสายธาร ข้าอยากดีดพิณนัก ท่านนักพรตให้ข้าบรรเลงสักเพลงเถิด สุรานี้จะได้หอมหวานขึ้นบ้าง”
“ข้าพร้อมสดับฟัง”
หญิงสาวเพียงยิ้ม ไม่พูดอะไรอีก
นิ้วเรียวยาวขาวราวหิมะ วางลงบนสายพิณอย่างมั่นคง มือซ้ายกดสาย มือขวากระตุกเบาๆ บรรเลงท่วงทำนองเพราะพริ้ง ใกล้ถึงเพียงนี้ ในใจพลันสั่นไหวตามไปด้วย
ซ่งโหยวนั่งฟังเงียบๆ
หิมะด้านนอกโปรยปราย ลมเหนือพัดแรง เสียงจอแจจากชั้นล่างค่อยๆ แผ่วลงไปโดยไม่รู้ตัว ผ้าม่านที่พลิ้วไหวพลันลู่ลาง ราวกับสายลมเองก็หยุดพัด ทั้งหอเซียนกระเรียนตกอยู่ในความเงียบสงบ
เสียงพิณดังขึ้นอีกครา
ฝีมือของนางลึกล้ำดุจเทพเทวา เสียงบรรเลงพิณไพเราะจับใจ ต่อให้ไม่ใช่ผู้รักในเสียงดนตรี ก็ยังเห็นภาพในดวงใจ ส่วนผู้ที่รักในเสียงเพลงอยู่แล้ว ยิ่งดื่มด่ำจนลืมโลก สุขสำราญจากภายในสู่ภายนอก
เสียงพิณยังคงดังก้อง ผู้คนล้วนสดับฟังด้วยความหลงใหล
แม้เสียงนั้นจะเงียบลงไปแล้ว หรือแม้แต่ยามที่ซ่งโหยวพาเด็กหญิงเดินออกมาจากห้อง ก็ยังไม่มีผู้ใดสังเกต กว่าทุกคนจะรู้ตัว เสียงพิณก็เงียบไปนานแล้ว
ไม่รู้ว่