นายหญิงของตน
พิณไม้ดำ ประดับด้วยลวดลายเมฆทอง
“ได้ยินมาว่าพิณตัวนี้ เคยเป็นของเซียนเมื่อพันปีก่อนจริงหรือ” ซ่งโหยวก้มมองเครื่องดนตรีนั้น
“เป็นไปตามคำเล่าลือ พิณตัวนี้มีอายุกว่าพันปีแล้ว” แม่นางหว่านเจียงตอบเสียงนุ่มนวล “เป็นของปรมาจารย์พิณแห่งยุคราชวงศ์อวี๋ ท่านผู้นั้นเป็นบุคคลที่เหล่านักสังคีตยกย่องให้เป็นเทพแห่งดนตรี หลังเขาสิ้นชีพ พิณนี้ก็ถูกเก็บรักษาอยู่ในราชสำนักอวี๋ แต่เมื่ออาณาจักรล่มสลาย นครหลวงแตกพ่าย วังหลวงถูกบุก พิณนี้ก็สูญหายไป บังเอิญว่ายุคสมัยบรรพบุรุษของข้ากำลังร่อนเร่อยู่ในโลกมนุษย์ พอมีชื่อเสียงอยู่บ้าง จึงมีผู้ศรัทธาผู้หนึ่งเสี่ยงชีวิตเดินทางหลายพันลี้ นำพิณนี้มามอบให้ถึงมือ”
“เป็นไมตรีอันล้ำค่าจริงๆ”
“ใช่แล้ว” แม่นางหว่านเจียงรับคำ “ว่ากันว่าในยุคนั้น มนุษย์ต่างกล้าสละชีวิตเพื่อชื่อเสียงเกียรติยศ หรือยอมตายเพื่อมิตรภาพได้อย่างน่าภาคภูมิใจ แต่สำหรับภูตผีปีศาจแล้ว ตอนนี้ใต้หล้าช่างเปลี่ยนไปไวเหลือเกิน”
“แม่นางช่างรอบรู้”
หญิงสาวหัวเราะเบาๆ “ท่านนักพรตกำลังจะบอกว่าหว่านเจียงแก่หรือ”
“แม่นางก็รู้ว่าข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”
“ข้าแค่ล้อเล่น” นางเพียงยิ้มแล้วเอ่ยเสียงอ่อนโยน