นครั้งหน้าแม่นางสามสีไม่อยากเห็นศิษย์เก่งกาจเกินหน้าเกินตา ก็ต้องตั้งใจเรียนกว่านี้นะ”
“เจ้าพูดถูก…”
เจ้าแมวคล้ายจะตระหนักได้จึงผงกหัวลงเป็นเชิงเข้าใจ แต่ถึงกระนั้นก็ยิงคำถามต่อทันที
“แล้วองค์ชายคือลูกชายของฮ่องเต้หรือ”
“ใช่แล้ว”
“ทำไมเขาต้องฆ่าคนที่คอยช่วยเราด้วย”
“เรื่องราวบนโลกปุถุชนช่างซับซ้อนยากจะแถลงไขนัก” ซ่งโหยวเงียบไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อ “โลกใบนี้มีกฎเกณฑ์ของมัน ย่อมเป็นเช่นที่เจ้าได้ฟัง”
“ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย!”
“แม่นางสามสีรู้จักมีเหตุผล” ซ่งโหยวคล้อยตามนางไป “นี่คือภัยแห่งยุคสมัย อำนาจน้อยก็ไร้ประโยชน์ อำนาจมากไปก็เผชิญแต่กับความวุ่นวาย ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าพวกเราจะได้เห็นโลกอื่นๆ บ้าง”
“แล้วพอฤดูใบไม้ผลิพวกเราจะไปที่ไหนกัน”
“พวกเราจะไปทางใต้กัน”
“ทางใต้”
“ทางใต้คือแคว้นเฟิงโจว ที่นั่นมีภูเขาเยี่ยซาน ไม่รู้ว่าฮ่องเต้กับราชครูวางแผนจะทำอะไรที่นั่นกันแน่” ซ่งโหยวกล่าวกับนาง “ที่นั่นคืออีกโลกหนึ่ง นอกเหนือจากโลกปุถุชน”
“นอกเหนือจากโลกปุถุชน…”
เจ้าแมวพูดตามเขา นางหมอบตัวลงพร้อมกับจ้องเขาตาเขม็ง
นักพรตนั่งนิ่งไม่ไหวติง ราวกับว่าได้เข้าสู่สมาธิไปแล้ว
นับวันยิ่งมีผีวิญญาณปรากฏกายมากขึ้น
เมืองผีบนเขาเยี่ยซานต้องไม่ใช่ฝีมือของราชครูแต่เพียงผู้เดียว แผนการของฮ่องเต้คือการขึ้นเป็น ‘จ้าวแห่งขุมนรก’ เทพเทวานั้นแตกต่างจากปุถุชน ฮ่องเต้พระองค์นี้อาจเป็นจักรพรรดิผู้เก่งกาจ เขาย่อมครองต