อให้คนครั่นคร้าม
เฉินจื่ออี้คือผู้ใด
ยอดขุนศึกไร้พ่าย ศัตรูนับไม่ถ้วนล้วนสิ้นชีพใต้หอกของเขา หากเขาใช้เพียงสองมือเปล่า ทหารองครักษ์อาจยังต้านทานได้ แต่หากมีอาวุธติดมือ เพียงชั่วอึดใจเดียว เขาก็จะปลิดชีพฮ่องเต้ได้ทันที ไฉนเลยในงานพระราชพิธีวันนั้น ยังมีเพียงขุนนางฝ่ายบุ๋นบู๊ร่วมงาน หาได้มีองครักษ์ประจำการมากนัก
หลายฝ่ายต่างเตือนให้ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันระวังเขา แต่ฮ่องเต้กลับทรงเชื้อเชิญเขาเข้าวัง ร่วมดื่มสุราและเจรจากันอย่างเปิดเผย
ขุนนางทั้งหลายล้วนตกอยู่ในสภาวะตึงเครียด
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าข่าวลือนั้นเป็นจริงหรือไม่ เฉินจื่ออี้เคยหรือไม่เคยคิดกบฏ บางทีแต่เดิมเขาอาจจะไม่คิด แต่ถูกคนรังควานใส่ร้ายจนทนไม่ไหว แล้วกลับกลายเป็นคิดกบฏขึ้นมาจริงๆ ยิ่งอยู่ท่ามกลางแรงกดดันจากราชสำนัก เช่นนั้นแล้วผู้ใดเล่าจะคาดเดาได้ว่าเขาจะบ้าคลั่งขึ้นมาเมื่อใด
คืนนั้นทั้งท้องพระโรงสว่างวาบไปด้วยประกายคมกระบี่
หากเฉินจื่ออี้มิอาจทนต่อการดักจับใส่ร้าย ถูกเหยียดหยามทับถมเรื่อยมา จนขาดสติขึ้นมาสักวินาทีเดียว เกรงว่าพระสุรเศียรของฮ่องเต้จะต้องหลุดจากพระวรกายลงมาต่อหน้าเหล่าขุนนางทั้งหลาย
แต่ฮ่องเต้หาได้หวาดหวั่นแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับทอดพระเนตรด้วยความเพลิดเพลิน
ชั่วขณะนั้น เหมือนพระองค์ยิ่งสูงล้ำกว่าแม่ทัพทั้งก่อนหน้าเสียอีก
ครั้นการร่ายรำกระบี่สิ้นสุดลง เฉินจื่ออี้ก็ส่งกระบี่ยาวคืน แล้วทูลขอลดอำนาจลง ขอคืนกำลังทั