ธีเฉลิมพระชนมพรรษาเมื่อไม่กี่วันก่อน รวมทั้งกล่าวถึงแม่ทัพเฉินที่ไปร่วมงานในครานั้น
ครั้นหลิวฉางเฟิง ผู้เป็นถึงอดีตเจ้าเมืองผู่จวิ้นแคว้นเหอโจว ได้เข้ามาอยู่ในฉางจิง ก็ได้เลื่อนตำแหน่งมาโดยตลอด ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนเป็นเพราะเขาอาศัยผลงานการปกครองอันโดดเด่น ความสามารถเลิศล้ำในหมู่ขุนนาง ประกอบกับการเกื้อหนุนของอวี๋เจียนไป๋ซึ่งมีตำแหน่งแทบจะเทียบเท่าอัครมหาเสนาบดี ไม่กี่วันก่อนยังได้ร่วมงานเลี้ยงวันเฉลิมพระชนมพรรษาฮ่องเต้ แม้จะได้ที่นั่งลำดับท้ายๆ แต่กลับเรียบเรียงเรื่องเล่าออกมาได้มีชีวิตชีวายิ่งนัก
ราวกับภาพวันนั้นฉายขึ้นในห้วงความคิดของซ่งโหยว
วันนั้นในวังหลวง องค์ฮ่องเต้จัดงานเลี้ยงใหญ่ต้อนรับบรรดาขุนนางฝ่ายบุ๋นและบู๊ ทว่าผู้ที่สะดุดตาที่สุดนั้นกลับไม่ต้องสงสัยเลย ย่อมเป็นอู่อันโหว เฉินจื่ออี้ ผู้เพิ่งยกทัพกลับมาจากทางเหนือ
ครั้นสุราเริ่มออกฤทธิ์ ฮ่องเต้ก็ทรงสั่งให้เขาออกมาร่ายรำกระบี่
เฉินจื่ออี้ผู้นี้ ควบคุมกองทัพชายแดนเหนือ กุมกำลังทัพกว่าครึ่งหนึ่งของอาณาจักรต้าเยี่ยนไว้แต่เพียงผู้เดียว หากคิดก่อกบฏขึ้นมา เกรงว่าคงโค่นราชสำนักลงได้จริงๆ ด้วยเหตุปัจจัยนานัปการ ทำให้ข่าวลือเรื่องเฉินจื่ออี้กำเริบเสิบสานคิดกบฏแพร่สะพัดไปทั่วราชสำนัก แม้เขายึดมั่นในคุณธรรม ไม่หวั่นไหวต่อคำครหา แต่ก็ยากที่จะไม่ได้รับผลกระทบ ในใจย่อมรู้สึกร้อนรนอยู่บ้าง
อย่าว่าถึงผลงานความชอบ แม้เพียงฝีมือการรบก็มากพ