หัวหน้าขันทีในตำหนักหลุบตาลง มองตามเจ้าแมวสามสีที่วาดหางคดเคี้ยวไปมาบนพื้นอย่างเกียจคร้าน นางค่อยๆ คลานไปข้างเท้าของขันทีชั้นสูง แหงนหน้าขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง จากนั้นก็คลานต่อไป ระหว่างที่ผ่านหน้าแข้งของขันทีผู้นั้น ก็ไปเฉี่ยวโดนชายแขนเสื้อเบาๆ ทำให้ชายแขนเสื้อพลิ้วไหว ซึ่งดูเหมือนจะดึงดูดความสนใจของนางไว้ได้ เจ้าแมวพลันชูอุ้งเท้าขึ้นตะปบใส่ชายเสื้อในทันใด
จากนั้นนางก็เลี้ยวอ้อมเสาไป เดินวนหนึ่งรอบ ก่อนจะเดินทอดน่องผ่านกลางท้องพระโรงด้วยท่าทีเบื่อหน่าย คล้ายไม่รู้จะทำอะไรดี
นางเดินโงนเงนไปมา ราวกับแมวเมาเหล้า
ครั้นสวนกับเหล่านางกำนัลที่กำลังยกสำรับอาหารเข้ามา นางก็รีบหดตัวลง ตั้งท่าระวัง แหงนหน้าสังเกตพวกนางอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็วิ่งเหยาะๆ หลบไปให้พ้นระยะการเดินของนางกำนัลเหล่านั้น
ฮองเฮาเองก็โปรดปรานแมว และทรงเลี้ยงแมวไว้เหมือนกัน
แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่เคยเห็นแมวตัวใดสง่างามและฉลาดเฉลียวถึงเพียงนี้
ค่ำคืนนี้ฮ่องเต้ทรงจัดงานเลี้ยงในตำหนัก มีผู้อยู่ในเหตุการณ์ไม่มากนัก ทว่าหากบทสนทนาที่เกิดขึ้นในตำหนักฉางเล่อแห่งนี้รั่วไหลออกไป เกรงว่าวงศ์ตระกูลใหญ่ทั้งหลายในแผ่นดินคงยอมทุ่มทรัพย์มหาศาลเพื่อแย่งกันซื้อข่าวนี้เป็นแน่
ทว่าผู้ที่มีโอกาสได้ยินกลับมีอยู่น้อยนิดนัก
อัครมหาเสนาบดีประจำราชวงศ์นี้ มิได้มีอำนาจนักมาแต่เดิม อำนาจล้วนตกอยู่ในมือของราชครูทั้งสิ้น ผู้ที่ได้ขึ้นเป็นอัครเสนาบดีนั้น ล้