วนมิใช่ผู้มีความสามารถมากล้น หากแต่เป็นผู้จงรักภักดีต่อฝ่าบาท สามารถถ่วงดุลอำนาจของราชครูได้ก็เท่านั้น บัดนี้ราชครูออกจากราชสำนักไปเพราะกิจธุระสำคัญ อัครเสนาบดีกลับไร้ความสามารถพอจะรับช่วงอำนาจ จึงต้องกลับไปว่าราชการให้ทั้งหกกรมดังเดิม ที่ยังคงดำรงตำแหน่งอัครเสนาบดีต่อไปได้ ก็เป็นเพียงเพราะความจงรักภักดีต่อฝ่าบาทเท่านั้น
และบทสนทนายามค่ำคืนนี้ อัครเสนาบดีย่อมไม่มีวันแพร่งพรายออกไป
ตรงกันข้าม กลับมักมีคนพยายามลอบติดสินบนบรรดาขันทีเหล่านี้มากกว่า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหนึ่งถึงสองปีมานี้
ทว่าถึงมังกรจะแก่ชรา แต่เดชะอำนาจยังคงมีอยู่ เบื้องหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ แม้พระองค์จะมีพระชนม์มากแล้ว แต่ในสายตาของเหล่าขันทีผู้ติดตามรับใช้พระองค์มานาน พระบารมีก็ยังสูงส่งเหลือคณา พวกเขาติดตามฮ่องเต้มาผ่านร้อนผ่านหนาวมานักต่อนัก คลื่นลมทั้งหลายล้วนมาสิ้นฤทธิ์ลงใต้พระบาทของพระองค์ทั้งสิ้น แม้ถึงวันนี้ ก็ยังเชื่อว่าพระองค์สามารถควบคุมทุกสิ่งได้อยู่ และแน่นอนว่า ไม่มีผู้ใดกล้าก่อเรื่องลับลมคมในเบื้องพระพักตร์ได้ง่ายๆ
“เช่นนั้นก็คงต้องทูลถามฝ่าบาทก่อนแล้วกระมัง”
“โอ้”
“สามปีก่อนฝ่าบาทเคยสนทนากับกระหม่อม ทรงตรัสกับกระหม่อมด้วยพระองค์เอง ทรงทราบดีว่าเฉินจื่ออี้หาได้คิดกบฏไม่ ไม่ทราบว่าบัดนี้ฝ่าบาทยังทรงคิดเห็นเช่นเดิมอยู่หรือไม่”
อัครเสนาบดีที่กำลังรับประทานอาหารอยู่เงียบๆ พลันชะงักไปโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะหัน