่อนาคตเล่าจะยังคงเหมือนเดิมหรือไม่” ฮ่องเต้มองนักพรตพลางตรัสต่อ “วันนี้ข้าอาจเชื่อใจเขา ไม่หวั่นเกรงเขา และไม่จำต้องสังหารเขา แต่รัชทายาทและทายาทรุ่นหลังของข้าจะสามารถทำได้เช่นข้าไหม และเมื่อถึงวันนั้น เฉินจื่ออี้จะเป็นอย่างไร”
“คำถามนี้ยากเกินไป บางทีอาจารย์ทวดของกระหม่อมอาจทราบคำตอบ แต่กระหม่อมนั้นไม่อาจตอบได้” ซ่งโหยวเว้นไปเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ “แต่เรื่องที่กระหม่อมล่วงรู้ ฝ่าบาทก็ทรงรู้เช่นกัน”
“พูดมาเถิด”
“บัดนี้แผ่นดินต้าเยี่ยนกำลังอยู่ในช่วงเจริญรุ่งเรืองที่ไม่เคยมีมาก่อน พระบารมีของฝ่าบาทเกริกก้องไปทั้งสี่ทิศ แม้แต่กองทัพชายแดนก็ยังยำเกรง แต่หากแม่ทัพเฉินไม่อาจกลับขึ้นเหนือได้ กองทัพชายแดนเหนือที่ภักดีต่อเขา ย่อมบีบให้เฉินปู๋คุ่ยและกุนซือต้องยกทัพลงใต้ แม้กองทัพหัวเมืองอื่นจะไม่ขานรับ ทว่าทางเหนือย่อมปั่นป่วนวุ่นวาย กองทัพกล้าแกร่งที่สุดของแผ่นดินย่อมดับสิ้น” ซ่งโหยวกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “เมื่อถึงครานั้น ต้าเยี่ยนจะเผชิญกับหายนะ โลหิตหลั่งไหลดั่งสายธาร ซากศพกองพะเนินดั่งภูผา”
“…”
สีพระพักตร์ของฮ่องเต้แปรเปลี่ยนเล็กน้อย
เรื่องนี้พระองค์ทรงคิดมาก่อนแล้ว แต่สิ่งที่คิดอยู่ลึกๆ กับสิ่งที่ถูกผู้อื่นเอ่ยออกมาตรงๆ นั้นย่อมแตกต่างกัน ยิ่งเมื่อคนผู้นั้นคิดเห็นตรงกับตน ยิ่งปฏิเสธไม่ได้
“เมื่อครู่ท่านเอ่ยถึงประวัติศาสตร์ กล่าวถึงความเป็นไปของราชวงศ์ในอดีต นับว่าน่าสนใจทีเดียว”
“น่าสนใจอย