ม่กล้ามองเขาอีก ซ้ำยังย่ำเท้าเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่นานก็แซงหน้านักพรตไปเสียแล้ว
ปิดบังนักพรตไม่ได้จริงๆ
แรกเริ่มนางย่อมมีความสงสัยอยู่จริง ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมองออกซ้ำยังถอดความว่าตน ‘ระแวงมากเกินไป’ แม้ไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด แต่คิดว่าต้องไม่ใช่คำชมแน่ นางรู้สึกราวกับถูกเหยียบหาง ความร้อนรนทำให้นางรีบขจัดความสงสัยในใจทิ้งไปโดยเร็ว ผ่านไปครู่หนึ่งจึงสงบลงได้ แล้วหันกลับมาหานักพรต แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
“แม่นางสามสีเชื่อใจนักพรตที่สุดแล้ว”
“จริงหรือ”
“จริงสิ~”
“แม่นางสามสีดูจะมีพิรุธอยู่หน่อยนะ”
“แม่นางสามสีไม่ได้มีพิรุธเสียหน่อย!”
“แม่นางสามสีอย่าหลอกข้าเชียว”
“แม่นางสามสีไม่พูดโกหก!”
“ก็ดี เช่นนั้นข้าก็จะเชื่อแม่นางสามสีเหมือนที่แม่นางสามสีเชื่อใจข้าเช่นกัน”
“เฮ้อ…”
แมวสามสีค่อยถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางเดินนำหน้าไปเล็กน้อย ก่อนจะหยุดลงเลียอุ้งเท้ารอนักพรต จากนั้นจึงเดินเคียงข้างกันไปเช่นเดิม
“แล้วเจ้าออกมาแบบนี้ เงินที่บ้านเล่า”
“ข้าไหว้ฝากให้จอมยุทธ์หญิงช่วยดูให้แล้ว”
“อ้อ… เช่นนั้นเอง”
แมวสามสีถอนหายใจโล่งอกอีกครั้ง
แม้ฝีมือจะยังด้อยกว่าแม่นางสามสีอยู่บ้างก็เถอะ
“นักพรต แม่นางสามสีมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง ข้าจัดการกับผีดิบได้ ได้เงินมาตั้งสามสิบตำลึง ชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นก็รวบรวมเงินจ้างนักพรตอีกคน แต่ว่านักพรตคนนั้นไม่ได้ทำอะไรเลย เขาเลยยกเงินที่ชาวบ้านจ้างเขาให้แม่นางสามสี”
“เ