และเพียงไม่นานก็บังเกิดแรงศรัทธามหาศาล ดูจากบุญบารมีแล้ว นับจากนี้ชื่อเสียงของท่านคงรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไม่หยุด
ยิ่งไปกว่านั้น ท่านยังเป็นเทพบนวิมานสวรรค์อีกด้วย เป็นเทพที่ไม่ว่าอารามใดก็ล้วนบูชา
“ไม่ใช่สักหน่อย”
“แม่นางสามสีคอยออกท่องใต้หล้าไปกับคุณชายซ่ง เรียนรู้วิชาอาคมต่างๆ ส่วนข้า…ก็แค่คอยชี้เส้นทางหาแหล่งน้ำให้คุณชายเท่านั้น” นกนางแอ่นกล่าวเสียงแผ่ว ไม่กล้าเสียมารยาท จากนั้นก็หันไปมองแม่นางสามสีอีกครั้ง “ในเมื่อแม่นางสามสีจัดการปีศาจได้แล้ว ข้าก็ควรกลับไปแจ้งข่าวให้คุณชายทราบว่า เจ้าปลอดภัยดี”
“ไปเถิด กลับไปบอกเขาได้เลย”
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ…
นกนางแอ่นโผปีกบินขึ้นฟ้า
ทุกคนเงยหน้ามองตาม เห็นเพียงเงาร่างเล็กๆ ภายใต้แสงจันทร์ที่ขับเมฆให้สว่างจ้า นกตัวนั้นกลายเป็นเพียงจุดเล็กในท้องฟ้า ค่อยๆ ลับหายไปในความเวิ้งว้าง
แม่นางสามสีเฝ้ามองจนสุดสายตา แต่คิ้วบางของนางกลับค่อยๆ ขมวดแน่นขึ้น
“สหายบำเพ็ญน้อย…บัดนี้อสูรถูกปราบสิ้นแล้ว ล้วนเป็นเพราะฝีมือของเจ้า ข้าช่วยได้ไม่เท่าไร ข้าคิดว่าควรมอบเงินที่ชาวบ้านรวบรวมมาเป็นค่าสินน้ำใจให้เจ้าทั้งหมด”
เสียงนั้นดึงนางให้หลุดจากห้วงความคิด
เด็กหญิงหันขวับกลับมาทันที
“จริงหรือ”
“ตามหลักแล้วควรเป็นเช่นนั้น”
“ตามหลักแล้ว!”
นางพยักหน้าหนักแน่น
มู่อวิ๋นจื่อหัวเราะเบาๆ ดูเหมือนจะชินกับท่าทางพูดจาตรงไปตรงมาของนางแล้ว “แต่ถึงอสูรถูกปราบแล้ว ตอนนี้ก็ยังเป็นยามดึก