่อแล้ว เอาแต่หันหลังพยายามจะหนีไปให้ไกล
หากมันคิดหนีตั้งแต่แรก บางทีอาจยังพอรอดได้ ทว่าบัดนี้แขนขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งยังถูกเผาไปทั้งตัว เดินแทบไม่ไหวแล้ว จะหนีเสือยังว่ายาก ไฉนเลยจะหนีจากยักษ์หินสองตนนี้ได้
เสือและยักษ์หินจึงพุ่งเข้าใส่มันทันที
แม่นางสามสีวิ่งไปบนสันหลังคาอย่างคล่องแคล่ว ฝีเท้าเบาราวนกนางแอ่น พอถึงขอบหลังคาก็กระโดดลงมา แล้วรีบวิ่งตามไป
ไม่รู้ว่าเสียงฟ้าร้องเริ่มดังขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ปีศาจที่กำลังหนีอยู่ก็ยิ่งตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม
เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแวบหนึ่ง ก่อนจะวิ่งไล่ตามมันไป
ราวกับปล่อยให้การล่าดำเนินไปช้าๆ
หากนางใช้พลังเต็มที่ ปีศาจตนนั้นคงตายไปนานแล้ว หรือไม่ก็หนีหายไปตั้งแต่แรก ทว่ามันกลับเลือกที่จะค่อยๆ โจมตี
ครั้งนี้ก็เช่นกัน นางค่อยๆ วิ่งตามไป ปล่อยให้เสือวิ่งเข้าตะครุบและปล่อยให้ยักษ์หินเข้าโจมตี
จนกระทั่งปีศาจหมดเรี่ยวแรงวิ่งไม่ไหวอีกต่อไป แม่นางสามสีจึงสั่งให้ยักษ์หินทั้งสองกดร่างมันไว้ นางเงยหน้ามองท้องฟ้า แล้ววิ่งเข้าไปใกล้ปีศาจ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพ่นไฟออกมา
“ฟู่…”
เพลิงศักดิ์สิทธิ์ลุกโชนต่อเนื่อง จนกระทั่งร่างนั้นสลายกลายเป็นเถ้าธุลี
ครืน!
เห็นร่างอวตารปรากฏขึ้นกลางฟากฟ้า รัศมีแห่งจ้าวอัสนีห่อหุ้มกายทิพย์ เปล่งประกายเจิดจ้า แววตาดุดันก็กำลังจ้องมองลงมายังพื้นเบื้องล่าง
ข้างล่างนั้นเหลือเพียงกองถ่านดำกองหนึ่ง
มีเพียงปราณปีศาจเจืออย